หน้าแรก ต่างประเทศ สุดอึ้ง! &#82...

สุดอึ้ง! ‘ทรัมป์’ เปิดวิดีโอ ฟาดหน้าปธน.แอฟริกาใต้ อ้างเป็นเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนขาว ซ้ำรอยหักหน้าผู้นำยูเครน

22.05.25 | 12:29 น.
ภาพเอพี

สุดอึ้ง! ‘ทรัมป์’ เปิดวิดีโอ ฟาดหน้าปธน.แอฟริกาใต้ อ้างเป็นเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนขาว ซ้ำรอยหักหน้าผู้นำยูเครน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดการเผชิญหน้าอันตึงเครียดขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา แห่งแอฟริกาใต้ ที่ห้องรูปไข่ในทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เมื่อจู่ๆ ทรัมป์ได้เปิดวิดีโอที่เขากล่าวอ้างอันเป็นเท็จว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนผิวขาวและมีการยึดที่ดินทำกินของคนผิวขาวในแอฟริกาใต้ ซึ่งสร้างงุนงงกระอักกระอ่วนให้กับผู้นำแอฟริกาใต้ที่มาเยือนสหรัฐครั้งนี้ เพื่อหวังรีเซ็ตสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ หลังจากรัฐบาลทรัมป์ได้ยกเลิกการให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่แอฟริกาใต้ ทั้งยังอ้าแขนรับชาวแอฟริกาใต้ผิวขาวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศได้ลี้ภัยในสหรัฐโดยอ้างว่าพวกเขาถูกข่มเหงรังแกในประเทศตัวเอง ตลอดจนมีการขับไล่ทูตแอฟริกาใต้และแอฟริกาใต้ยังเผชิญมาตรการภาษีต่างตอบแทนจากสหรัฐสูงถึง 30% ด้วย

เอพี

การจู่โจมเข้าใส่ผู้นำแอฟริกาใต้อย่างไม่ทันตั้งตัวของทรัมป์เริ่มขึ้นด้วยการขอให้หรี่ไฟลงจากนั้นได้ฉายคลิปวิดีโอทางจอโทรทัศน์ในห้องรูปไข่ แสดงให้เห็นกลุ่มไม้กางเขนสีขาวซึ่งทรัมป์กล่าวอ้างว่าเป็นหลุมศพของคนขาว และมีเสียงของบรรดาผู้นำฝ่ายค้านกล่าวสุนทรพจน์ที่เป็นการปลุกระดม ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าคนเหล่านี้ควรถูกจับกุม

ด้านประธานาธิบดีรามาโฟซา ซึ่งได้พา เออร์นี เอลส์ และเรเทียฟ กูเซน สองนักกอล์ฟคนดัง รวมถึงนายโจฮานน์ รูเพิร์ต มหาเศรษฐีชาวแอฟริกาใต้ซึ่งทั้งหมดเป็นคนขาวร่วมคณะมาเยือนทำเนียบขาวด้วยนั้น ได้ปฏิเสธคำกล่าวหาของทรัมป์ โดยกล่าวว่าเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนและอยากค้นหาว่าสถานที่ในคลิปวิดีโอนั้นเกิดที่ไหน

“พนันได้เลย หากมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวนาแอฟริกาเนอร์(ชาวแอฟริกาใต้เชื้อสายยุโรป) สุภาพบุรุษทั้ง 3 ท่านนี้คงไม่ได้อยู่ที่นี่” รามาโฟซากล่าว

Advertisement
รอยเตอร์

ท่าทีดังกล่าวยังสร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์ ที่กล่าวว่า “เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นพันๆ เรื่อง เรามีสารคดี เรามีข่าว เราต้องตอบสนองต่อเรื่องนี้” พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังโชว์สำเนาบทความที่เขาอ้างเป็นบทความเกี่ยวชาวแอฟริกาใต้ผิวขาวที่ถูกฆ่าตาย ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า “ตาย ตาย” ขณะพลิกดูบทความเหล่านั้น ก่อนส่งให้คู่สนทนาของเขา

ขณะที่รามาฟอซากล่าวว่า มีอาชญากรรมในแอฟริกาใต้ และเหยื่อส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ ก่อนถูกทรัมป์ขัดจังหวะขึ้นเมื่อพูดว่า “ชาวนาไม่ใช่คนผิวดำ” ทำให้รามาโฟซาตอบว่า “เรายินดีที่จะพูดคุยกับคุณในเรื่องเหล่านี้”

เหตุการณ์เผชิญหน้าที่ทำเนียบขาวครั้งนี้ ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ตึงเครียดที่เพิ่งเกิดไม่นานมานี้ เมื่อทรัมป์เปิดห้องรูปไข่ในทำเนียบขาวต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เพื่อมุ่งเจรจาทำความตกลงเรื่องแร่หายากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่กลับล่มลงไม่เป็นท่า เมื่อเกิดการโต้เถียงสุดเผ็ดร้อนระหว่างทรัมป์และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กับเซเลนสกี ต่อหน้าสื่อมวลชนเกี่ยวกับสงครามในยูเครน ก่อนที่เซเลนสกีจะถูกเชิญออกจากทำเนียบขาวไป ซึ่งรอยเตอร์ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้ผู้นำต่างชาติอาจต้องคิดทบทวนก่อนตอบรับคำเชิญของทรัมป์ เพราะเสี่ยงต่อการถูกทำให้อับอายต่อหน้าสาธารณะได้