หน้าแรก ต่างประเทศ อุกอาจ บุกยิง...

อุกอาจ บุกยิงเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล ดับ 2 ราย ในวอชิงตัน ดี.ซี

22.05.25 | 12:46 น.
AP

อุกอาจ บุกยิงเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล ดับ 2 ราย ในวอชิงตัน ดี.ซี

เมื่อคืนของวันที่ 21 พฤษภาคม เกิดเหตุกราดยิงหน้าพิพิธภัณฑ์ยิวแห่งเมืองหลวง (Capital Jewish Museum) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล 2 รายเสียชีวิต เป็นหญิง 1 รายและชาย 1 ราย

เอกอัครราชทูตอิสราเอล เปิดเผยว่า ทั้งคู่กำลังจะหมั้นหมายและแต่งงานกัน ด้านโฆษกของสถานทูตฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตถูกยิงในระยะใกล้ระหว่างกำลังจะเข้าร่วมงานของชาวยิวที่พิพิธภัณฑ์ดังกล่าว

ในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยชื่อว่าเอเลียส โรดริเกวซ วัย 30 ปีได้แล้ว ซึ่งระหว่างการควบคุมตัวเขาเอ่ยถ้อยคำว่า “ปล่อยปาเลสไตน์เป็นอิสระ ปล่อยปาเลสไตน์เป็นอิสระ”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประณามการก่อเหตุในครั้งนี้ โดยระบุผ่านบัญชีทรูซโชเซียลว่า “การสังหารที่เลวร้ายใน ดี.ซี. ซึ่งชัดเจนว่ามีต้นเหตุมาจากการต่อต้านชาวยิว ต้องสิ้นสุดในทันที ความเกลียดชังและลัทธิสุดโต่งไม่มีพื้นที่ในสหรัฐ”

Advertisement

เดนนี่ ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ เรียกเหตุกราดยิงในครั้งนี้ว่าเป็น “การก่อการร้ายต่อต้านชาวยิวที่เสื่อมทราม” พร้อมกับกล่าวด้วยว่า “การทำร้ายนักการทูตและชุมชนชาวยิวถือเป็นการข้ามเส้นแดง เรามั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทางการของสหรัฐจะดำเนินการจัดการกับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมครั้งนี้”

ด้าน อิซัค เฮอร์ซ็อก ประธานาธิบดีอิสราเอล และ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ก็ได้ออกมาประณามเหตุการณ์นี้เช่นกัน ขณะที่ คริสตี้ โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐ กล่าวผ่านเอ็กซ์ว่า เราจะทำให้เกิดความยุติธรรมต่อตัวผู้กระทำผิดที่โหดร้าย

ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ หรือเอฟบีไอ กล่าวว่า ในระหว่างที่เรากำลังทำงานร่วมกับกรมตำรวจนครบาลเพื่อสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม ขอให้ทุกคนสวดมนต์ภาวนาให้กับเหยื่อและครอบครัวของเหยื่อด้วย

รัฐบาลอิสราเอลแถลงว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล รู้สึกตกใจจากเหตุยิงที่โหดร้ายและเป็นการต่อต้านชาวยิวที่เกิดขึ้น และกล่าวว่า “เรากำลังเป็นพยานต่อเราผลลัพธ์อันเลวร้ายจากการต่อต้านชาวยิวและการปลุกปั่นความเกลียดชังต่ออิสราเอล”

ในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า เนทันยาฮูได้พูดคุยกับ แพม บอนดี้ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ซึ่งเปิดเผยว่าทรัมป์มีส่วนร่วมในคดีนี้ และสหรัฐจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ