ช็อก! ยิงนักการทูตอิสราเอลดับในวอชิงตัน มือปืนบอกทำเพื่อกาซา
เกิดเหตุช็อกโลกเมื่อมือปืนก่อเหตุบุกยิงอุกอาจกลางกรุงวอชิงตันของสหรัฐเมื่อเย็นวันที่ 21 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ตำรวจสามารถรวบตัวมือปืนไว้ได้ทันควัน ก่อนที่จะทราบในเวลาต่อมาว่าผู้เสียชีวิตคือนักการทูตของอิสราเอลในสหรัฐพร้อมกับแฟนสาวของเขา
ผู้เสียชีวิตสองรายคือยาโรน ลิชชินสกี้ พลเมืองอิสราเอล และซาราห์ มิลกริม แฟนสาวชาวอเมริกันของเขา ซึ่งเป็นคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังจะหมั้นกัน ตามที่เยคีเอล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐ เผยว่า ลิชชินสกี้เพิ่งจะซื้อแหวนในสัปดาห์นี้ โดยตั้งใจจะขอหมั้นมิลกริมในสัปดาห์หน้าที่กรุงเยรูซาเล็ม
เหตุโจมตีที่น่าตกตะลึงในเย็นวันพุธ ทำให้สถานทูตอิสราเอลทั่วโลกเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและลดธงลงครึ่งเสา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาในการทำสงครามกับฮามาส ซึ่งได้ยกระดับความตึงเครียดทั้งในตะวันออกกลางและทั่วโลก ท่ามกลางเหตุต่อต้านชาวยิวที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอลิอัส โรดริเกซ วัย 31 ปี ชายผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุยิงขณะพวกเขากำลังออกจากงานที่พิพิธภัณฑ์ยิวตะโกนว่า “ปลดปล่อยปาเลสไตน์” ขณะถูกนำตัวออกไปหลังการจับกุม และยอมรับกับตำรวจว่าเขาเป็นคนลงมือ ทั้งยังบอกกับตำรวจหลังถูกจับกุมว่า “ผมทำเพื่อปาเลสไตน์ ผมทำเพื่อกาซา”
เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐได้ตั้งข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ต่างชาติและข้อหาอื่นๆ ซึ่งอาจมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมอีกในอนาคตต่อโรดริเกซ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ว่าเป็นทั้งอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อชาวยิว และเป็นการก่อการร้าย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การสังหารนี้ครั้งนี้เป็นการก่อการร้ายโดยเจาะจงเป้าหมาย โดยโรดิรเกซยอมรับว่าได้ซื้อตั๋วเข้าร่วมงานที่พิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าราว 3 ชั่วโมงก่อนงานเริ่ม
เอกสารของศาลที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม ระบุว่า ภาพเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดหน้าพิพิธภัณฑ์ แสดงให้เห็นว่าโรดริเกซยิงใส่เหยื่อซ้ำอีกหลายครั้งหลังจากที่พวกเขาล้มลงกับพื้น
ขณะที่หลังจากถูกจับกุมโรดริเกซบอกกับเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า เขาชื่นชมชายที่จุดไฟเผาตัวเองหน้าสถานทูตอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และเรียกชายคนนั้นว่าเป็นคนกล้าหาญและเป็นผู้พลีชีพ
จีนีน พิรโร อัยการสหรัฐประจำเขตโคลัมเบีย กล่าวว่า ความรุนแรงต่อผู้อื่นเพียงเพราะศาสนาของพวกเขา เป็นการกระทำที่ขี้ขลาด ไม่ใช่การกระทำของวีรบุรุษ และการต่อต้านชาวยิวจะไม่เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศ

