โซลยัน ไม่มีคุยกับสหรัฐ เรื่องถอนทหารอเมริกันออกจากเกาหลีใต้
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์และบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ออกมาปฏิเสธว่าเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีการพูดคุยหารือเกี่ยวกับการถอนทหารสหรัฐส่วนหนึ่งที่ประจำการอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ออกไปอย่างที่มีข่าวแต่อย่างใด
เป็นท่าทีตอบโต้ต่อรายงานข่าวที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าวอ้างว่าสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะถอนกำลังทหารของตนส่วนหนึ่งราว 4,500 นาย ออกจากเกาหลีใต้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลด้านความมั่นคงในภูมิภาคนี้มากขึ้น ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ
แหล่งข่าวดังกล่าวระบุอีกว่า หนึ่งในทางเลือกที่อยู่ในระหว่างการหารือกันนั้น ได้แก่ การย้ายทหารสหรัฐส่วนหนึ่งจากที่มีประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ทั้งสิ้น 28,500 นาย ไปประจำการยังที่อื่นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรวมถึงเกาะกวม อย่างไรก็ดี เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้ไปถึงโต๊ะทำงานของประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และเป็นเพียงหนึ่งในหลายแนวคิดที่กำลังมีการหารือกันอยู่โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำการพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้
ที่ผ่านมาทรัมป์ได้พยายามผลักดันให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารเพื่อแลกกับการส่งทหารอเมริกันไปยังพื้นที่ขัดแย้ง ในเดือนตุลาคมปี 2024 ก่อนที่ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี เขากล่าวว่า หากเขาอยู่ในทำเนียบขาว เกาหลีใต้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐทุกปีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการต้อนรับทหารสหรัฐ และทรัมป์ยังเรียกเกาหลีใต้ที่เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐว่าเป็น “เครื่องปั๊มเงิน”
โดยทรัมป์กล่าวแสดงท่าทีข้างต้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐและเกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงใหม่เรื่องการมีส่วนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 5 ปี สำหรับการตั้งฐานกองกำลังทหารอเมริกันบนคาบสมุทรเกาหลี ภายใต้ข้อตกลงนี้เกาหลีใต้จะเพิ่มสัดส่วนแบกรับค่าใช้จ่ายเป็น 1.52 ล้านล้านวอน ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 8.3% จากปี 2025
เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า ไม่มีนโยบายที่จะประกาศใดๆ ขณะที่นายพีท เหงียน โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นการถอนทหาร แต่กล่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยึดมั่นที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ขณะที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดในช่วงเวลานั้น

