ทรัมป์ชะลอเก็บภาษีอียู 50% ขยายเส้นตาย ถกดีลการค้าถึง 9 ก.ค.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ขยายกำหนดเส้นตายสำหรับการเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) ออกไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม
การขยายเวลาหารือดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยว่าเธอได้หารืออย่างราบรื่นกับทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่ายุโรปต้องการเวลาเพิ่มเพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีระหว่างกัน
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ฟอน แดร์ ไลเอิน บอกกับเขาว่า เราจะหารือกันอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าเราสามารถหาข้อตกลงกันได้หรือไม่ และยังโพสต์ใน Truth Social ของเขาว่า “ถือเป็นเกียรติที่ได้ขยายกำหนดเส้นตายนี้”
ด้านฟอน แดร์ ไลเอิน โพสต์ว่า อียูพร้อมที่เร่งการเจรจา เพื่อให้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ แต่อียูยังต้องใช้เวลาจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคมในการตกลงเงื่อนไขที่เหมาะสม และย้ำว่าการหารือกับทรัมป์เป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อเดือนเมษายน ทรัมป์ประกาศเก็บภาษี 20% กับสินค้าส่วนใหญ่จากชาติสมาชิกอียู แต่ต่อมาได้ปรับลดลงเหลือ 10% ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 8 กรกฎาคม เพื่อให้มีเวลาในการเจรจา แต่วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม ทรัมป์แสดงความไม่พอใจกับความล่าช้าของการเจรจา และขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้าทุกชนิดจากอียูเพิ่มเป็น 50% โดยให้มีผลทันทีในวันที่ 1 มิถุนายนนี้
ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับอียูไม่เป็นธรรม แม้ว่าอียูจะเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ โดยในปีที่ผ่านมาอียูส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังสหรัฐ และนำเข้าสินค้ามูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์จากสหรัฐ
ผู้นำยุโรปยังคงเตือนถึงความเสี่ยงจากการยกระดับความตึงเครียด ฝรั่งเศสและเยอรมนีเรียกร้องให้หาทางออกทางการทูต โดยย้ำว่าการเก็บภาษีจะทำร้ายทั้งสองฝ่าย

