หน้าแรก ต่างประเทศ อันวาร์จับมือ...

อันวาร์จับมืออาเซียน หารือภาษีทรัมป์แบบรวมกลุ่ม ยันกรณีเมียนมามีความก้าวหน้า

27.05.25 | 13:11 น.
AP

อันวาร์จับมืออาเซียน หารือภาษีทรัมป์แบบรวมกลุ่ม ยันกรณีเมียนมามีความก้าวหน้า

นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะรวมตัวกันเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ รวมถึงอุปสรรคทางเศรษฐกิจจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐ และสงครามกลางเมืองในเมียนมาที่ยืดเยื้อมา 4 ปี

นายอันวาร์กล่าวว่า เขาได้เสนอการจัดประชุมแบบกลุ่มของผู้นำอาเซียนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เพื่อหารือเรื่องภาษี และเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายมีความหวังว่าจะสามารถจัดประชุมได้ภายในปีนี้

“สำหรับอาเซียน สันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของเรา ขึ้นอยู่กับระเบียบระหว่างประเทศที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และยึดตามกฎเกณฑ์ แต่ขณะนี้รากฐานเหล่านี้กำลังถูกทำลายจากการกระทำตามอำเภอใจ” อันวาร์กล่าว

อันวาร์กล่าวว่า ชาติสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องที่จะหลีกเลี่ยงมาตรการตอบโต้ แต่ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประสานงานเกี่ยวกับการตอบสนองต่อภาษีศุลกากรของสหรัฐ ควบคู่กับการเจรจาแบบทวิภาคีโดยบางประเทศสมาชิก

Advertisement

สมาชิกอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐเป็นหลัก และได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 10% สำหรับสิงคโปร์ ไปจนถึง 49% สำหรับกัมพูชา

ทรัมป์เคยประกาศระงับการเก็บภาษี 90 วันในเดือนเมษายนสำหรับหลายประเทศทั่วโลก และล่าสุดบรรลุข้อตกลงลักษณะเดียวกันกับจีน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า

อันวาร์กล่าวด้วยว่า การประชุมร่วมในวันอังคารระหว่างผู้นำอาเซียน นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน และกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งเป็นการประชุมสามฝ่ายครั้งแรก อาจนำไปสู่ความร่วมมือใหม่ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจให้กับอาเซียน

ทั้งนี้ GCC ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และในวันเดียวกัน ผู้นำอาเซียนจะเปิดตัววิสัยทัศน์ระยะยาว 20 ปีเพื่อเสริมสร้างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและสังคมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นักวิเคราะห์ระบุว่า จีนต้องการขยายอิทธิพลในภูมิภาคอาเซียนด้วยการวางตัวเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ แม้จะมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะกับฟิลิปปินส์

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเร่งการจัดทำ กฎหมายผูกพันทางกฎหมาย สำหรับ แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct) เพื่อคุ้มครองสิทธิทางทะเล สร้างเสถียรภาพ และป้องกันความเข้าใจผิดหรือเหตุการณ์บานปลายทางทะเล

ในเรื่องวิกฤตเมียนมา อันวาร์กล่าวว่า มาเลเซียสามารถทำให้เกิดความก้าวหน้าได้บ้าง หลังจัดตั้งกลุ่มที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ นำโดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยังได้พบกับผู้นำกองทัพเมียนมา พล.อ.มิน อ่อง ลาย ที่กรุงเทพ พร้อมกับการพูดคุยออนไลน์กับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ฝ่ายตรงข้ามของกองทัพเมียนมา

“การมีส่วนร่วมอย่างเงียบๆ ยังมีความหมาย แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ สะพานจะเปราะบาง แต่ในเรื่องสันติภาพ แม้สะพานที่เปราะบาง ก็ยังดีกว่าความขัดแย้งที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ” อันวาร์กล่าว

โธมัส แดเนียล จากสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศแห่งมาเลเซีย (ISIS) ระบุว่า อาเซียนไม่มีอำนาจต่อรองที่เพียงพอจะผลักดันให้เกิดกระบวนการปรองดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกองทัพเมียนมาสูญเสียการควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว

“สภาพในพื้นที่ย่ำแย่มาก เรายังไม่ถึงจุดที่อาเซียนจะสามารถเป็นตัวกลางในการเจรจาทางการเมืองระหว่างคู่ขัดแย้งได้ พวกเขายังไม่พร้อม” แดเนียลกล่าว