รัฐบาลทรัมป์เล่นใหญ่ สั่งสถานทูต-สกญ.งดนัดทำวีซ่านักเรียน ส่องโซเชียลน.ศ.ต่างชาติ
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของสหรัฐในต่างประเทศยุติการนัดหมายใหม่สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เตรียมที่จะขยายการตรวจสอบไปถึงโซเชียลมีเดียของนักเรียนต่างชาติด้วย
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ระบุในเอกสารที่ส่งภายในกระทรวงว่า ทางกระทรวงมีแผนจะออกคำแนะนำใหม่เกี่ยวกับการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยนหลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว และแนะนำให้สถานกงสุลระงับการนัดหมายวีซ่าประเภทดังกล่าวไว้ก่อน
Politico ที่รายงานเรื่องดังกล่าวเป็นเจ้าแรกระบุว่า รูบิโอกล่าวว่าการนัดหมายที่ได้มีการกำหนดไว้แล้วสามารถดำเนินการต่อไปตามแนวทางปัจจุบันได้ แต่สำหรับการนัดหมายที่ยังไม่มีการจองก็ให้ทำการยกเลิกไป
เอกสารระบุว่า กระทรวงกำลังตรวจสอบการดำเนินงานและกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนและแลกเปลี่ยน (วีซ่า F สำหรับนักเรียนทั่วไป M สำหรับนักเรียนสายอาชีพหรือวิชาชีพ และ J โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม) และจากการทบทวนดังกล่าว ยังมีแผนจะออกแนวปฏิบัติในการขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียเพิ่มเติมสำหรับผู้สมัครวีซ่านี้ทุกคน
เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศยืนยันความถูกต้องของเนื้อหาในเอกสารดังกล่าว ขณะที่แทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานนี้ แต่กล่าวว่าสหรัฐจะใช้เครื่องมือทุกอย่างเพื่อตรวจสอบผู้ที่ต้องการเข้าประเทศ
“เราจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่เรามีเพื่อประเมินว่าใครกำลังจะเดินทางเข้ามาในสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือบุคคลประเภทอื่น” บรูซกล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน
เอกสารภายในของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐยังบอกด้วยว่า การขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียเพิ่มเติมจะทำให้สถานกงสุลต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน กระบวนการ และการจัดสรรทรัพยากร พร้อมแนะนำให้แผนกกงสุลพิจารณาภาระงานและทรัพยากรที่ต้องใช้ในแต่ละกรณีก่อนการนัดหมาย พร้อมแนะนำให้แผนกกงสุลให้เน้นการให้บริการแก่พลเมืองสหรัฐ วีซ่าผู้อพยพ และการป้องกันการฉ้อโกงเป็นหลัก
การดำเนินการดังกล่าวของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเกิดขึ้นในขณะที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์พยายามที่จะเนรเทศและเพิกถอนวีซ่านักเรียน โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างต่อการดำเนินนโยบายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีผู้ประท้วงหลายร้อยคน ซึ่งรวมถึงนักศึกษาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้รวมตัวกันประท้วงที่วิทยาเขตฮาร์วาร์ดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ พร้อมทั้งต่อต้านความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ที่จะตัดเงินสนับสนุนมหาวิทยาลัย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ดำเนินการเพิกถอนอำนาจของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งมีราว 6,800 คน หรือประมาณ 27% ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดของฮาร์วาร์ด ขณะที่มหาวิทยาลัยได้ยื่นฟ้องรัฐบาลกลับทันทีโดยระบุว่าได้ออกคำสั่งที่ละเมิดกฎหมาย ซึ่งศาลก็ได้ออกคำสั่งยับยั้งคำสั่งของรัฐบาลเป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดไต่สวนในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทรัมป์กล่าวว่า ผู้ถือวีซ่านักเรียนและกรีนการ์ดอาจถูกเนรเทศได้หากแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์หรือวิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในสงครามที่ฉนวนกาซา โดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ และกล่าวหาว่าพวกเขาสนับสนุนกลุ่มฮามาส
นักวิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามของทรัมป์กล่าวว่า ความพยายามนี้เป็นการโจมตีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นซึ่งได้รับการคุ้มครองตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฉบับแรก

