เล่นไม่เลิก! รัฐบาลทรัมป์ เล็งฉีกข้อตกลง ‘ฮาร์วาร์ด’ มูลค่า 3.2 พันล้านบาท
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ภายในรัฐบาลกลางทบทวนข้อตกลงต่างๆ ที่รัฐบาลกลางได้ทำไว้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่ออาจมีการยุติข้อตกลงหรือโยกย้ายข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,270 ล้านบาท
รัฐบาลสหรัฐคาดว่าจะมีข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอยู่ประมาณ 30 ข้อตกลงซึ่งอาจกำลังถูกทบทวน บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยมีการวิจัยทางด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลกลางและบริษัทอื่นๆ หากไม่มีงบประมาณจากรัฐบาลกลาง การทำงานเหล่านี้อาจต้องยุติลงกลางคัน
จดหมายจากหน่วยงาน U.S. General Services Administration อ้างว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีนโยบายการรับเข้าเรียนแบบเลือกปฏิบัติ แม้ว่าศาลสูงสุดของสหรัฐจะสั่งยุติการรับนักศึกษาเข้าเรียนในภาคการศึกษาขั้นสูงด้วยการใช้เกณฑ์ดังกล่าวไปเมื่อปี 2023 โดยจดหมายจาก U.S. General Services Administration ได้สั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางส่งรายชื่อข้อตกลงต่างๆ กับฮาร์วาร์ดที่จะถูกยกเลิกภายในวันที่ 6 มิถุนายน และข้อตกลงอื่นๆ ที่มีความสำคัญอาจถูกโยกย้ายไปให้กับหน่วยงานอื่นๆ จดหมายดังกล่าวให้เหตุผลว่าเป็นเพราะว่าฮาร์วาร์ดมีการเลือกปฏิบัติและมีการต่อต้านชาวยิว
การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐได้ยกเลิกเงินทุนในการวิจัยจากรัฐบาลกลางให้กับฮาร์วาร์ดมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐได้ยกเลิกสิทธิในการลงทะเบียนรับนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
นักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหลายร้อยคนได้ออกมารวมตัวที่มหาวิทยาลัยในวันที่ 27 พฤษภาคม เพื่อแสดงความสนับสนุนต่อนักศึกษาต่างชาติและประท้วงคำสั่งการตัดงบประมาณจากรัฐบาลทรัมป์ ภายหลังงานรับปริญญา นายเจคอบ มิลเลอร์ นักศึกษาชาวยิวคนหนึ่งได้ขึ้นมาบนเวทีเพื่อกล่าวว่า การแบนไม่ให้ฮาร์วาร์ดรับนักศึกษาต่างชาติไม่มีความเกี่ยวข้องกับการปราบปรามการต่อต้านชาวยิว และเราจะไม่ยอมให้ตัวตนของเราถูกใช้ในการทำลายฮาร์วาร์ด ด้านเรย์ เทรนเนอร์ นักศึกษาฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มประท้วง กล่าวว่า นักศึกษาต่างชาติหลายคนไม่กล้าออกมาประท้วงเพราะกลัวการถูกเนรเทศ

