ยังไม่หยุด! ‘ทรัมป์’ จ่อขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียมอีกเป็น 50% มีผล 4.มิ.ย.นี้
สำนักข่าวรอยเตอร์และซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้ประกาศ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ว่าเขามีแผนที่จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมเพิ่มขึ้นอีกจากเดิม 25% เป็น 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป
ทรัมป์ได้ขึ้นกล่าวที่โรงงานผลิตเหล็กในเมืองเวสต์ มิฟลิน รัฐเพนซิลเวเนียว่า สหรัฐจะขึ้นภาษีเหล็กที่ถูกนำเข้ามาในสหรัฐเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 50% ซึ่งจะยิ่งช่วยปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าเขาจะพิจารณาอัตราภาษีนำเข้าเหล็กที่ 40% แต่ทรัมป์อ้างว่าผู้บริหารอุตสาหกรรมเหล็กต้องการให้มีการคิดภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 50%
ในเวลาต่อมา ทรัมป์ได้ประกาศผ่านทางทรูธ โซเชียลว่าจะมีการขึ้นภาษีนำเข้าอลูมิเนียมในอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 50% เช่นกัน ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนงานในอุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียมในประเทศเพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้จะกลับมายิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 12 มีนาคม ทรัมป์ได้ประกาศคิดภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมทั้งหมด 25% ส่งผลให้แคนาดา สหภาพยุโรป (อียู) และอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยทรัมป์กล่าวอีกว่าหากเขาไม่คิดอัตราภาษีดังกล่าว บริษัทผู้ผลิตเหล็กของสหรัฐอาจต้องปิดตัวลงเพราะเหล็กทั้งหมดจะถูกผลิตในต่างชาติ
การประกาศล่าสุดของทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่เขากล่าวหาว่าประเทศจีนได้ละเมิดข้อตกลงกับสหรัฐในการที่ทั้งสองประเทศจะลดอัตราภาษีศุลกากรซึ่งกันและกัน รวมถึงลดมาตรการจำกัดทางการค้าในด้านแร่ธาตุหายาก
สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเข้าเหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก หากไม่นับสหภาพยุโรป ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่าสหรัฐมีการนำเข้าเหล็กจำนวนทั้งสิ้น 26.2 ล้านตันในปี 2024 การเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมเป็น 50% อาจทำให้ราคาเหล็กเพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งกระดานจนกระทบอุตสาหกรรมและผู้บริโภค
กระทรวงพาณิชย์แคนาดาได้ออกมาประณามการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐ โดยบอกว่าการตัดสินใจดังกล่าวขัดแย้งกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอเมริกาเหนือ ขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียได้ออกมาโจมตีการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐว่าไม่ยุติธรรมและไม่ใช่การกระทำของเพื่อน

