สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 เมษายน ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียอยู่บนเส้นทางที่จะมีอัตราการเติบโตชะลอตัวที่สุดในรอบ 16 ปีในปีนี้ จากการที่จีนปรับสมดุลทางเศรษฐกิจใหม่ และผลกระทบจากการล้นทะลักของความไม่แน่นอนด้านนโยบายในระดับโลก
โดยเอดีบีที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ประเมินว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ซึ่งประกอบไปด้วย 45 ชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อยู่ที่ 5.7 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ นับว่าเป็นอัตราการเติบโตชะลอตัวที่สุดตั้งแต่ปี 2554 ที่โต 5.0 เปอร์เซ็นต์ และเศรษฐกิจจะขยายตัว 5.7 เปอร์เซ็นต์เช่นเดิมในปีหน้า
รายงานภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียประจำปี 2560 ระบุว่า “ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในช่วง 2 ปีนี้ แม้ว่าภูมิภาคนี้จะต้องปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจที่หันมาเน้นการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นของจีนและปัจจัยเสี่ยงของโลกหลายประการ
นายยาสึยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบีระบุว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านทิศทางของนโยบายในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ซึ่งรวมถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่สภาวะปกติของสหรัฐอเมริกาด้วย
“แม้ปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นดูเหมือนว่าจะบริหารจัดการได้ แต่บรรดาผู้กำหนดนโยบายควรจะระแวดระวังในการตอบสนองต่อการล้นทะลักของเงินทุนและการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นได้” นายซาวาดะกล่าว
เอดีบีระบุว่า จีนซึ่งอยู่ระหว่างการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนผ่านการบริโภคภายในประเทศแทนการส่งออก คาดว่าจะโต 6.5 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และจะชะลอตัวเหลือ 6.2 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า ขณะที่อินเดียคาดว่าจะโต 7.4 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 7.6 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า
ส่วนเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนส่วนใหญ่มีทิศทางอยู่ในขาขึ้น โดยทั้งภูมิภาคจะขยายตัวในอัตราเร็วมากขึ้นที่ 4.8 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 5.0 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า โดยเอดีบีประเมินว่าไทยจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 3.5 ในปี 2560 เปอร์เซ็นต์ และ 3.6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2561
ขณะที่ชาติในภูมิภาคอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดดเด่นที่สุดจากการประเมินของเอดีบีในช่วง 2 ปีนี้คือพม่าที่จะโต 7.0 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 7.5 เปอร์เซ็นต์ในปี 2561 ตามด้วยเวียดนามที่จะโต 6.5 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 6.7 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า

