หน้าแรก ต่างประเทศ ญี่ปุ่น จ่อยก...

ญี่ปุ่น จ่อยกเลิกดิวตี้ฟรี – เก็บภาษีขาออกเพิ่ม สำหรับนักท่องเที่ยว ตั้งเป้าหารายได้เข้าคลัง

9.06.25 | 17:06 น.
pexels

ญี่ปุ่น จ่อยกเลิกดิวตี้ฟรี – เก็บภาษีขาออกเพิ่ม สำหรับนักท่องเที่ยว ตั้งเป้าหารายได้เข้าคลัง

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาจัดเก็บภาษีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติในหลายวิธีเช่น การยกเลิกร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) และเก็บภาษีขาออกเพิ่ม (Departure levy) ท่ามกลางความพยายามของสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่นในการหาหนทางเติมเงินเข้าคลัง โดยไม่สร้างความขุ่นเคืองให้กับบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านกำลังแข่งกันหาเสียง ด้วยมาตรการลดภาระให้กับครัวเรือน เนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในเดือนกรกฎาคมนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ พยายามเลี่ยงนโยบายที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงหันไปเลือกเพิ่มภาษีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติแทน เพราะมองว่าจะได้รับแรงต้านน้อยที่สุด

เล็งเพิ่มภาษีนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ยูมิ โยชิคาวะ (Yuumi Yoshikawa) ส.ส.จากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลกล่าวในที่ประชุมงบประมาณวุฒิสภาว่า ควรจะเก็บภาษีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ให้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งชิเงรุ อิชิบะ (Shigeru Ishiba) ส่งสัญญาณว่าจะนำแนวคิดดังกล่าวไปพิจารณา

ญี่ปุ่นเริ่มเก็บภาษีผู้โดยสารขาออกเมื่อปี 2019 เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนสำหรับการขยายและต่อเติมโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 1,000 เยนต่อคน ราว 225 บาท, สหรัฐเรียกเก็บ 22.20 ดอลลาร์ ราว 725 บาท, อียิปต์เก็บ 25 ดอลลาร์ ราว 820 บาท

Advertisement
pexels

กระทรวงคลังญี่ปุ่นประกาศในวันที่ 2 มิถุนายน 2025 ว่า รายได้ภาษีปีงบประมาณ 2024 มากสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 48,100 ล้านเยน ราว 10,860 ล้านบาท แม้ว่ายังเหลือให้จัดทำรายการอีกหนึ่งเดือน

สมาชิกอาวุโสจากพรรค LDP กล่าวว่า เหมาะสมแล้ว ที่จะเรียกเก็บภาษีกับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพราะได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะของญี่ปุ่นอย่างมาก

ปัจจุบัน ภาษีผู้โดยสารขาออกถูกเก็บรวมอยู่ในราคาตั๋วเครื่องบิน ทำให้พลเมืองญี่ปุ่นถูกเก็บภาษีส่วนนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก หากภาษีถูกเพิ่มเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เล็งเลิก Duty Free ปรับ Tax Refund

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนออื่นๆอีก เช่น ปรับปรุงหรือยกเลิกข้อยกเว้นการเรียกเก็บภาษีบริโภค (Consumption Tax) ไม่ให้ชาวต่างชาติซื้อสินค้าดิวตี้ฟรีได้อีกต่อไป

ทาโร่ อาโซ (Taro Aso) อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และที่ปรึกษาอาวุโสของพรรค LDP รวบรวมข้อเสนอ ให้เลิกร้านค้าปลอดภาษีไว้ในปลายเดือนพฤษภาคม

ข้อเสนอดังกล่าว ระบุไว้ว่า การปล่อยให้ชาวต่างชาติแห่ซื้อข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและยา ไม่ใช่เป้าหมายที่ญี่ปุ่นมุ่งหมายไว้ เพราะการซื้อสินค้าเหล่านั้น ไม่ได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น หรือเพิ่มโอกาสในการจ้างงานเลย จุดประสงค์หลักของชาวต่างชาติ มักจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก เพื่อขายต่อ และการซื้อจะกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองใหญ่

รัฐบาลจึงเสนอมาตรการป้องกันกิจกรรมดังกล่าวด้วยการเปลี่ยนจากระบบ Tax Free (หักภาษีออกจากราคา ณ จุดขาย หรือคืนเงิน) ไปใช้ระบบ Tax Refund (คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม) แทนในเดือนพฤศจิกายน 2026 นี้ แต่ก็ถูกค้านว่าอาจไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้การฉ้อโกงทำได้ซับซ้อนมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นระบบที่หลาย ๆ ประเทศในยุโรปใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

แนวโน้มเหมือนทั่วโลก

ญี่ปุ่นตั้งเป้ามียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 60 ล้านคนในปี 2030 ซึ่งมากกว่าปี 2024 ถึง 70% และภาษีที่สูงขึ้นอาจเป็นตัวขัดขวางเป้าหมายดังกล่าว ทำให้ยอดการใช้จ่ายต่อนักท่องเที่ยวลดลง จนส่งผลเสียต่อยอดค้าปลีกและภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ

สมาชิกอาวุโสจากพรรค LDP คนหนึ่งกล่าวว่า ผู้คนอาจตื่นตระหนก เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่งเปลี่ยนระบบดิวตี้ฟรีใหม่ไปไม่นาน จะให้เปลี่ยนอีกเร็ว ๆ นี้คงยาก

ในเทศบาลส่วนอื่น ๆ ของญี่ปุ่นได้จัดระเบียบให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องใช้จ่ายมากขึ้นแล้วเช่นกัน เช่น โอซาก้าที่ปรับขึ้นภาษีการพักแรม อีก 200 เยน ราว 45 บาท และขยายความครอบคลุมไปยังที่พักราคาถูกลงกว่าเดิม จาก 7,000 เยน ราว 1,500 บาท เหลือ 5,000 เยน ราว 1,100 บาท ส่วนโตเกียวปรับเพิ่ม 200-10,000 เยน ราว 2,200 บาท

เช่นเดียวกับเมืองต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เวนิสเริ่มเก็บภาษีไปเช้าเย็นกลับ 5 ยูโร ราว 186 บาท ในปี 2024 ส่วนบาหลีเก็บภาษีนักท่องเที่ยว 150,000 รูเปียห์ ราว 290 บาท ตลอดจน รัฐฮาวายที่จัดเก็บภาษีการเช่าระยะสั้นเพิ่มขึ้นเป็น 11%

ที่มา ประชาชาติ