กัปตันแอร์อินเดีย แจ้ง ‘เครื่องบินเสียกำลัง-ยกเครื่องขึ้นไม่ได้’ ก่อนร่วงตก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เครื่องบินโบอิ้ง 787-8 ของสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบิน AI 171 ประสบอุบัติเหตุตกใส่หอพักแพทย์หลังขึ้นบินจากสนามบินอาห์มาดาบัดระหว่างมุ่งหน้าไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมี่อวันที่ 12 มิถุนายน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบนเที่ยวบินดังกล่าว 241 รายนั้น
ล่าสุดมีการเปิดเผยว่า กัปตันสุมีท ซาบาวาล ของเที่ยวบินดังกล่าวได้ส่งสัญญาณฉุกเฉิน “เมย์เดย์” ไปยังหอบังคับการบิน พร้อมกับแจ้งว่าเครื่องบินสูญเสียแรงขับ ไม่มีกำลังเครื่อง และยกเครื่องขึ้นไม่ได้ เพียงไม่นานก่อนเครื่องบินจะตก
เที่ยวบิน AI 171 ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและไต่ระดับความสูงขึ้นไปเพียงไม่เกิน 400 ฟุตก่อนที่กัปตันและผู้ช่วยนักบินจะประสบปัญหาสูญเสียกำลังที่เครื่องยนต์ทั้ง 2 ตัว พวกเขาพยายามควบคุมเครื่องบินต่อไปอีก 17 วินาทีก่อนที่เครื่องบินลำดังกล่าวจะตกใส่หอพักแพทย์
กัปตันสุมีท ซาบาวาล วัย 60 ปี เป็นนักบินที่มีประสบการณ์สูงมากคนหนึ่งในสายการบินแอร์อินเดีย และกำลังจะเกษียณอายุในอีกไม่กี่เดือน ส่วนนายไคลฟ์ คุนดาร์ ผู้ช่วยนักบินบนเที่ยวบิน AI 171 มีประสบการณ์การบิน 1,100 ชั่วโมง
ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินหลายคนจะเตือนว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุการตกของเครื่องบินลำดังกล่าว และต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปที่แท้จริงจากกล่องดำและกล่องบันทึกการบิน แต่นักวิเคราะห์ด้านการบินหลายคนได้ให้ทฤษฎีความเป็นไปได้ของสาเหตุการตกของเที่ยวบิน AI 171
ดร.ซอนย่า บราวน์ อาจารย์ด้านการออกแบบอากาศยานจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ วิเคราะห์ภาพวิดีโอขณะที่เครื่องบินตกว่า เครื่องบินลำดังกล่าวอาจเกิดอาการ stall หลังเครื่องบินสูญเสียแรงขับอย่างมาก ทำให้เครื่องบินสูญเสียความเร็ว แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเครื่องบินถึงสูญเสียแรงขับ
ซอราบ ภัทนาการ์ อดีตนักบินอาวุโส ให้ความเห็นว่าเครื่องยนต์ของเที่ยวบิน AI 171 อาจล้มเหลวหลังบินชนนก คล้ายกับเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เครื่องบินของสายการบินเจจูแอร์เกิดไถลออกนอกรันเวย์เมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จนเป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตเกือบยกลำ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นมองว่าเครื่องยนต์ของเครื่องบินแอร์อินเดียที่ตกนั้นไม่มีควันไฟออกมาก่อนการตก ไม่เหมือนกับการบินชนนกที่จะมีควันออกมาจากเครื่องยนต์
ถึงกระนั้นก็ตาม เหตุการณ์เครื่องบินชนนกเกิดขึ้นบ่อยครั้งที่สนามบินอาห์มาดาบัด และผู้รอดชีวิตคนเดียวบนเที่ยวบินดังกล่าวเล่าว่าเขาได้ยินเสียงดังหลังเครื่องบินขึ้นเพียง 30 วินาที นีล ฮานส์ฟอร์ด อดีตกัปตันและประธาน Strategic Aviation Solutions เล่าว่า หากเครื่องยนต์ดูดนกเข้าไปก็อาจทำให้เกิดเสียงดังได้ แต่หากเครื่องยนต์ทั้งสองชนนกก็จะต้องเกิดเสียงดัง 2 ครั้ง อีกทั้งการที่เครื่องยนต์ทั้งสองบินชนนกก็เกิดขึ้นน้อยมากเช่นกัน
นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินยังตั้งข้อสังเกตไปที่ flap บนปีกของเครื่องบินซึ่งภาพวิดีโอเผยให้เห็นว่า flap ของเที่ยวบิน AI 171 ไม่ได้กางออกระหว่างบินขึ้น ซึ่งการกาง flap จะช่วยยกตัวเครื่องบินขึ้น แต่บราวน์มองว่าหากนักบินไม่ได้กาง flap ออกมาจริง การเพิ่มแรงขับก็สามารถแก้ไขอาการ stall ของเครื่องบินได้
บราวน์กล่าวว่า การตั้งค่าแรงขับที่ผิดพลาดจากความผิดพลาดของนักบินก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เครื่องบินตกได้ และเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 ของแอร์อินเดียลำที่ประสบอุบัติเหตุตกนั้นแม้จะเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ แต่ตัวเครื่องมีอายุ 11 ปีแล้ว ทำให้การบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอก็อาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การตกได้เช่นกัน
ส่วนฮานส์ฟอร์ดให้ความเห็นว่า ทีมสอบสวนควรวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การก่อวินาศกรรม เพราะรัฐคุชราตมีความตึงเครียดทางการเมือง และเชื้อเพลิงบนเครื่องบินที่อาจปนเปื้อนก็สามารถเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์มีปัญหาได้เช่นกัน

