ยอดดับ แอร์อินเดียตก พุ่ง 274 ราย รบ.สั่งตรวจสอบ โบอิ้ง 787 ทุกลำในประเทศ
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ไชน่าซินหัว อ้างสื่อท้องถิ่นอินเดียรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียพุ่งตกใกล้กับท่าอากาศยานในเมืองอาห์มดาบาดของรัฐคุชราต เพิ่มขึ้นเป็น 274 รายแล้ว โดยมีการยืนยันยอดผู้เสียชีวิตบนภาคพื้นดินอยู่ที่ 33 ราย
รายงานระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตบนภาคพื้นดินอีก 33 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากผู้โดยสารและลูกเรือที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในเหตุเครื่องบินพุ่งตก 241 ราย มีแนวโน้มเป็นผู้คนที่อยู่ในวิทยาลัยการแพทย์บีเจ
รัฐบาลอินเดียได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงเพื่อสอบสวนเหตุการณ์เครื่องบินตกนี้ ซึ่งจะนำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมตัวแทนจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลระดับรัฐที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงร่วม โดยคณะกรรมการจะเผยแพร่รายงานภายใน 3 เดือน
รอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงการบินอินเดีย ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งตรวจสอบเครื่องบิน โบอิ้ง 787 ทุกลำ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ GEnx รวมไปถึงการประเมินพารามิเตอร์การบินขึ้น การทดสอบควบคุมเครื่องยนต์อิเล็กทรอนิกส์ และการตรวจเช็กที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ หลังเกิดเหตุสลดดังกล่าว
“เราได้ออกคำสั่งให้เฝ้าระวังเครื่องบินรุ่น 787 อย่างใกล้ชิดมากขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 34 ลำในฝูงบินของเราในอินเดีย” ราม โมฮัน ไนดู รัฐมนตรีกระทรวงการบิน กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงนิวเดลี โดยไม่ได้ระบุว่าการตรวจสอบดังกล่าวจะครอบคลุมถึงสายการบินต่างๆ ในอินเดีย ทั้งหมดหรือไม่
พร้อมระบุว่า ได้ตรวจสอบไปแล้ว 8 รายการ และจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไว
ทั้งนี้ แอร์อินเดียให้บริการเครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 33 ลำ ในขณะที่สายการบินคู่แข่งอย่างอินดิโกมี 1 ลำ

แอร์อินเดียและรัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินตกรวมไปถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแรงขับของเครื่องยนต์ แผ่นปิด และสาเหตุที่ขาตั้งเครื่องบินยังคงเปิดอยู่ขณะที่เครื่องบินขึ้นและลงจอด
ราฟิก อับดุล ฮาฟิซ เมมอน ซึ่งสูญเสียญาติไป 4 รายในเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวว่า เขาไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากเจ้าหน้าที่ และรู้สึกถูกก่อกวนมาก
“พวกเราสูญเสียลูกๆ ไป เราไม่เข้าใจอะไรเลย โปรดช่วยเราหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกๆ ของเราด้วย บอกเราด้วยว่าพวกเขาจะคืนร่างพวกเขาเมื่อไหร่” เมมอนกล่าว
ศพส่วนใหญ่ในอุบัติเหตุครั้งนี้ถูกเผาจนไหม้เกรียม และเจ้าหน้าที่กำลังใช้ตัวอย่างทางทันตกรรมเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล โดยทันตแพทย์นิติเวชให้ข้อมูลว่า พวกเขามีบันทึกทางทันตกรรมของเหยื่อ 135 ราย ที่สามารถนำไปเปรียบเทียบได้

