‘ทรัมป์-สตาร์เมอร์’ จรดปากกา ปิดดีลการค้า ลดภาษีนำเข้าบางรายการของอังกฤษ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษ ได้มีการสรุปข้อตกลงการค้าที่ทั้งสองประเทศได้บรรลุเมื่อเดือนที่แล้ว จนทำให้อังกฤษเป็นชาติแรกที่บรรลุข้อตกลงการค้าเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรกับสหรัฐ เพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการจากอังกฤษ โดยทรัมป์ยังแสดงความเป็นไปได้ที่แคนาดาและสหรัฐจะมีการบรรลุข้อตกลงเศรษฐกิจฉบับใหม่
นายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาระบุในแถลงการณ์ว่า เขาได้มีการตกลงกับทรัมป์ให้ทั้งแคนาดาและสหรัฐควรแลกเปลี่ยนข้อตกลงความมั่นคงและเศรษฐกิจฉบับใหม่ภายใน 30 วัน โดยทรัมป์กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะมีการบรรลุข้อตกลงเศรษฐกิจกับแคนาดา แต่เน้นย้ำว่าภาษีศุลกากรจะต้องมีบทบาทในเรื่องนี้ ซึ่งทางแคนาดาคัดค้านในเรื่องดังกล่าวอย่างหนักแน่น
เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่าจุดยืนของแคนาดาคือสินค้าของแคนาดาที่ส่งออกไปยังสหรัฐไม่ควรถูกคิดภาษี

ทรัมป์ได้พบกับนายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ของอังกฤษในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ G7 ที่ประเทศแคนาดา โดยทรัมป์กล่าวว่าเขาได้ลงนามข้อตกลงกับอังกฤษแล้ว ส่วนสตาร์เมอร์กล่าวว่านี่เป็นวันที่ดีมากสำหรับทั้ง 2 ประเทศ โดยสหรัฐจะมีการกำหนดโควต้าการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหราชอาณาจักรที่จะได้รับการงดเว้นจากการถูกจัดเก็บภาษีศุลกากร 25% แต่เงื่อนไขจะขึ้นอยู่กับการที่อังกฤษแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานเหล็กและกระบวนการผลิต และนายฮาวเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐจะเป็นคนกำหนดโควต้าดังกล่าว
สตาร์เมอร์และทรัมป์ยังเน้นย้ำแผนที่จะให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของอังกฤษได้รับโควต้าส่งออกรถยนต์ 100,000 คันไปยังสหรัฐต่อปีโดยถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพียง 10% น้อยกว่าอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ที่สหรัฐเรียกเก็บแก่ประเทศอื่นๆ ในอัตรา 25%
นอกจากนั้น ข้อตกลงที่สหรัฐและอังกฤษได้บรรลุยังกำจัดภาษีศุลกากรที่สหรัฐคิดแก่อุตสาหกรรมอากาศยานของอังกฤษ อาทิ ชิ้นส่วนและเครื่องบิน ส่วนในทางกลับกัน อังกฤษตกลงที่จะลดภาษีศุลกากรแก่เนื้อวัวและเอทานอลของสหรัฐ แต่เรื่องดังกล่าวอาจมีผลบังคับใช้ล่าช้าออกไปเพราะยังคงอยู่ระหว่างตกลงในเรื่องรายละเอียด นายโจนาทาน เรย์โนลด์ รัฐมนตรีการค้าของอังกฤษกล่าวว่า การนำข้อตกลงการค้าให้มีผลบังคับใช้อาจใช้เวลาหลายเดือน แต่เราจะทำให้ข้อตกลงส่วนแรกเริ่มมีผลภายในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศจะมุ่งให้ความสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงให้กับภาคเภสัชกรรมของอังกฤษ และปกป้องไม่ให้อุตสาหกรรมดังกล่าวจากการถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้อังกฤษรอดพ้นจากการถูกขู่เก็บภาษีอื่นๆ เพิ่มเติมจากสหรัฐในอนาคตหรือไม่นั้น ทรัมป์กล่าวว่าอังกฤษได้รับการคุ้มครองอย่างดี เพราะว่าเขาชอบอังกฤษ

