ทรัมป์ตอกมาครงหน้าหงาย ชี้ทิ้งเวที G7 ไม่เกี่ยวข้อตกลงหยุดยิง ยิว-อิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ว่า การที่เขาเดินทางออกจากการประชุมสุดยอดกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ G7 ที่แคนาดา ก่อนการประชุมจะแล้วเสร็จ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่า ทรัมป์ได้เสนอให้มีการหยุดยิงระหว่างสองประเทศที่กำลังปะทะกันอย่างต่อเนื่อง หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน
มาครงกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์ได้เสนอให้มีการพบปะและแลกเปลี่ยนข้อเสนอ โดยเฉพาะเพื่อให้ได้มาซึ่งการหยุดยิงและเริ่มต้นการเจรจาที่กว้างขึ้น แต่
ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า มาครงพูดอย่างผิดๆ ว่าเขาออกจากการประชุมสุดยอด G7 ในแคนาดา กลับไปที่กรุงวอชิงตันเพื่อทำงานในเรื่องการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
“ผิด! เขาไม่มีทางรู้ว่าทำไมผมถึงกำลังเดินทางกลับวอชิงตัน แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับการหยุดยิงเลย มันใหญ่กว่านั้นมาก” ทรัมป์โพสต์
มาครงกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่การประชุม G7 ก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์ได้ยื่นข้อเสนอหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน โดยระบุว่า “มีข้อเสนอจริงๆ ที่จะพบปะและแลกเปลี่ยนกัน ข้อเสนอนี้เสนอมีขึ้นเพื่อการหยุดยิงเป็นการเฉพาะ และเพื่อเริ่มการหารือในวงกว้างมากขึ้น ตอนนี้เราต้องดูกันต่อไปว่าทั้งสองฝ่ายจะทำตามหรือไม่”
ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวกล่าวว่า ทรัมป์ออกจากการประชุมสุดยอด G7 ก่อนกำหนด ตรงกลับไปยังวอชิงตันเพื่อจัดการกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปะทะระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี แม้ทรัมป์จะปฏิเสธว่าการเดินทางกลับของเขาไม่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอหยุดยิงดังกล่าว แต่ทำเนียบขาวยืนยันว่า ทรัมป์ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม การออกจากการประชุมสุดยอดของทรัมป์ก่อนการประชุมจะยุติ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่เป็นผลลัพธ์ของที่ประชุมผู้นำ G7 เนื่องจากมีรายงานว่าเอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากฝ่ายสหรัฐ ทั้งยังอาจส่งผลสะเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับพันธมิตรในยุโรปด้วย

