หน้าแรก ต่างประเทศ เนทันยาฮูอวยท...

เนทันยาฮูอวยทรัมป์ ‘มิตรแท้’ ยืนหยัดข้างอิสราเอล คามาเนอีย้ำ ชาวอิหร่านไม่มีวันยอมจำนน

19.06.25 | 10:24 น.
AP

เนทันยาฮูอวยทรัมป์ ‘มิตรแท้’ ยืนหยัดข้างอิสราเอล คามาเนอีย้ำ ชาวอิหร่านไม่มีวันยอมจำนน

อิหร่านและอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กันอย่างต่อเนื่อง ในสงครามตรงระหว่างสองประเทศคู่แค้นที่ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 7 ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า สหรัฐจะเข้ามาร่วมวงกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์บานปลายออกไปในวงกว้าง

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาแถลงผ่านสื่อโทรทัศน์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน เพื่อตอบโต้คำกล่าวก่อนหน้านี้ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่เรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน

“ชาวอเมริกันควรรู้ไว้ว่า การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐจะต้องตามมาด้วยความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้อย่างแน่นอน ประชาชนชาวอิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนน” คาเมเนอีระบุ

ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุในวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักงานของเขาว่า อิสราเอลกำลังดำเนินการทีละขั้นตอน เพื่อขจัดภัยคุกคามที่เกิดจากโครงการนิวเคลียร์และคลังขีปนาวุธของอิหร่าน เรากำลังโจมตีแหล่งนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ ศูนย์บัญชาการ และสัญลักษณ์ของระบอบการปกครองนี้
เนทันยาฮูยังกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเรียกเขาว่าเป็น “มิตรแท้ของรัฐอิสราเอล” สำหรับการยืนหยัดเคียงข้างในสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ พร้อมระบุว่าทั้งสองมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

สำนักข่าว SNN ของอิหร่านรายงานว่า ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านถูกเปิดใช้งานรอบนอกกรุงเตหะราน เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรน ขณะเดียวกัน สื่ออิหร่านรายงานว่า มีการจับกุม “สายลับศัตรู” 18 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากำลังสร้างโดรนเพื่อใช้ในการโจมตีของอิสราเอลในเมืองมาชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในภาคเหนือของประเทศและบริเวณหุบเขาจอร์แดน โดยกองทัพสามารถสกัดโดรน 2 ลำที่มาจากอิหร่านได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี การสู้รบระหว่างกันในคราวนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษของสงครามตัวแทนที่ขีปนาวุธจำนวนมากจากอิหร่าน สามารถเจาะทะลุระบบป้องกันของอิสราเอลและคร่าชีวิตพลเรือนภายในประเทศอิสราเอลได้

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลได้ทำการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธใส่อิหร่าน ซึ่งเป็นคู่แค้นสำคัญ ส่งผลให้ผู้นำระดับสูงของกองทัพอิหร่านถูกสังหารหลายราย ความสามารถทางนิวเคลียร์ของประเทศได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ขณะที่การตอบโต้จากอิหร่านก็ได้คร่าชีวิตพลเรือนชาวอิสราเอลไปแล้วราว 24 ราย

ความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดระหว่างสองประเทศนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจลุกลามจนชาติมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง และอาจทำให้เสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถูกสั่นคลอนอยู่แล้วจากสงครามในฉนวนกาซา ยิ่งแย่ลงไปอีก

แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยยืนยันว่าโครงการของตนนั้นมีจุดประสงค์เพื่อสันติเท่านั้น แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า อิหร่านได้ละเมิดพันธกรณีตามข้อตกลงการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี
อย่างไรก็ดี อิสราเอล ซึ่งไม่ใช่ภาคีของ NPT เป็นประเทศเดียวในตะวันออกกลางที่เชื่อกันว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ทางการอิสราเอลไม่เคยยืนยันหรือปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว

ท่ามกลางการโจมตีโต้ตอบกันด้วยอาวุธ ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป โดยแหล่งข่าวทางการทูตจากเยอรมนีเผยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ มีกำหนดจะพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านในวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายนนี้ ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อกดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา

ขณะที่ทรัมป์ได้แสดงท่าทีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ระหว่างการเสนอให้มีการยุติสงครามผ่านช่องทางการทูตอย่างรวดเร็ว กับการแสดงออกว่า สหรัฐอาจเข้าร่วมในสงครามด้วย

ด้านชาวกรุงเตหะรานซึ่งมีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ได้อพยพออกไปนอกเมืองเป็นจำนวนมาก เพื่อหาสถานที่ปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

อิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลอย่างน้อย 224 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือนเช่นกัน แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาฝ่ายอิหร่านยังไม่มีปรับเพิ่มตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลไปแล้ว ประมาณ 400 ลูก โดยในจำนวนนี้ราว 40 ลูกสามารถทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลเข้าไปได้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย ซึ่งอิสราเอลระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นพลเรือน