‘ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี’ จับมือ จุฬาฯ-มอ.-มน. เปิดโครงการฝึกงาน 

19.06.25 | 15:03 น.
ทางซ้ายมือ (ผู้ชาย) - รศ.ดร.สุรเดช โชติอุดมพันธ์, คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / Associate Professor Dr. Suradech Chotiudompant, Dean of Faculty of Arts, Chulalongkorn University ทางขวามือ (ผู้หญิง) - นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ประจำประเทศไทย / Mrs. Sunju Lee, Director of the Korean Cultural Center in Bangkok

‘ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี’ จับมือ จุฬาฯ-มอ.-มน. เปิดโครงการฝึกงาน 

ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย โดยผู้อำนวยการ นางซอนจู ลี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การรับนักศึกษาฝึกงานกับสาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 10:00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ จัดทำขึ้นโดยศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศเกาหลีและประเทศไทย รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษา โดยมีแผนที่จะขยายความร่วมมือนี้ไปยังมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวรในอนาคต

ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวฯ โครงการรับนักศึกษาฝึกงานจะเริ่มจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งนักศึกษาสาขาวิชาภาษาเกาหลีจากแต่ละมหาวิทยาลัยจะได้ฝึกงานที่ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีเป็นระยะเวลา 2–3 เดือน ทั้งนี้ชั่วโมงการฝึกงานสามารถนำไปเทียบโอนเป็นหน่วยกิตได้ โดยผ่านการประเมินจากอาจารย์ผู้รับผิดชอบร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี

Advertisement

นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหวังว่าในอนาคตจะได้ร่วมลงนามกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จากภาคใต้ และมหาวิทยาลัยนเรศวรจากภาคเหนือ ดิฉันหวังว่านักศึกษาสาขาภาษาเกาหลีจะสามารถนำความรู้ที่ได้ศึกษามาไปประยุกต์ใช้ พร้อมทั้งเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเกาหลีให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านประสบการณ์การฝึกงานกับศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งจะทำให้นักศึกษาเหล่านี้กลายเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกาหลีและประเทศไทย สุดท้ายนี้ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาฝึกงานและเยาวชนไทยได้มีโอกาสทำงานในสายอาชีพที่ตนต้องการอย่างมีคุณภาพ”