หนึ่งเดือนของ”บุษฎี สันติพิทักษ์” บนเก้าอี้โฆษกหญิงบัวแก้ว

9.04.17 | 18:00 น.

หมายเหตุ”มติชน” นับจากวันที่ 9 มีนาคมจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลาครบ 1 เดือนพอดิบพอดีที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน เดินทางกลับมารับตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ “มติชน”จึงถือโอกาสคุยกับโฆษกหญิงคนที่ 2 ของกระทรวงบัวแก้วถึงแนวทางการทำงาน ปัญหาท้าทาย และความมุ่งมั่นตั้งใจบนเก้าอี้สำคัญนี้

๐หนึ่งเดือนในเก้าอี้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเป็นอย่างไร
เมื่อเข้ามารับหน้าที่ก็ได้ติดตามงานที่เคยทำกันมาก่อนหน้านี้ ภารกิจใหญ่ๆ ของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศมี 4 ด้าน คืองานชี้แจง งานแถลง งานส่งเสริม และงานสนับสนุน ในส่วนของงานชี้แจงคือชี้แจงในประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานด้านต่างประเทศ ส่วนงานแถลงคือประเด็นที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศขับเคลื่อน ภารกิจต่างๆ การเยือนและการประชุม รวมถึงติดตามผลและข้อริเริ่มของไทยในเวทีต่างๆ
สำหรับงานส่งเสริมคืองานด้านภาพลักษณ์ หรือการใช้ soft power ของไทยในการดำเนินนโยบายทางการทูตก็ถือเป็นภารกิจหลักอีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากการดำเนินการแบบดั้งเดิม อาทิ จัดเทศกาลอาหารไทย ภาพยนตร์ไทย หรือเผยแพร่มวยไทยในต่างประเทศ เรายังเผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นทางเลือกในการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน ล่าสุดก็ได้ร่วมกับมูลนิธิไทยจัดทำแอพพ์ Street Food ของไทยทั้งที่กรุงเทพ เชียงใหม่ เชียงราย และภูเก็ต เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน เพื่อเผยแพร่อาหารไทยและสร้างรายได้ให้กับร้านอาหารต่างๆ มากขึ้น แต่ยังต้องมีคิดวางแผนงานประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่าจะทำให้เกิดความคืบหน้าอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
สุดท้ายงานสนับสนุนคือการสนับสนุนส่วนราชการต่างๆ เพราะเมื่ออยู่ในต่างประเทศ เราพูดเสมอว่าเราทำงานเป็นทีมประเทศไทย มีการสนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานด้านต่างประเทศกลับเข้ามายังกระทรวงที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ เพื่อความเป็นเอกภาพของการทำงานในมิติด้านต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็สอดคล้องกับการทำงานของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศด้วย
การทำงานทั้งหมดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ว่าการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี การรักษาบทบาทของไทยในเวทีโลก การคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือคนไทยซึ่งก็เป็นหัวใจของงานกระทรวงที่ประชาชนต้องเข้าถึงและรู้ว่ามีกลไกเหล่านี้ ไม่ต้องหวาดกลัวภาครัฐ เพราะเรามีเครื่องไม้เครื่องมือในต่างประเทศก็เพื่อดูแลและปกป้องคนไทย
ก่อนหน้านี้คนมักรู้สึกว่ากระทรวงการต่างประเทศเป็นแดนสนธยา แต่ปัจจุบันเรามีช่องทางและนวัตกรรมในการสื่อสารและเทคโนโลยีมากมายเข้ามาสนับสนุนการทำงานเพื่อสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ ปัจจุบันกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศก็มีเว็บไซต์ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนที่ www.globthailand.com ขณะที่กรมการกงสุลก็มีแอพพ์ Thaiconsular ซึ่งเปิดให้ประชาชนที่เดินทางไปต่างประเทศโหลดไปใช้งาน โดยจะมีข้อแนะนำและข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสายด่วนกรมการกงสุล 025728442 ที่เปิดให้ประชาชนซึ่งประสบปัญหาสามารถโทรศัพท์เข้ามาแจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเรายังต้องการทราบด้วยว่าประชาชนรู้สึกอย่างไรกับงานในมิติด้านต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายอย่างยิ่งของกระทรวงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

๐ดูเหมือนกระทรวงต่างประเทศยุคปัจจุบันจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับประชาชนอย่างมาก
การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อครั้งแรกที่เริ่มรับราชการก็ทำงานที่กรมนี้ อยู่ในกองหนังสือพิมพ์ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกองการสื่อมวลชน จากที่เคยติดตามข่าวในหนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับ สถานีวิทยุและโทรทัศน์มีไม่กี่ช่อง ปัจจุบันทุกคนพึ่งโซเชียลมีเดีย แต่ข้อมูลข่าวสารจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือก็ยังมีความจำเป็น การรับรู้ข่าวสารในมิติด้านต่างประเทศมีมากขึ้น การตอบสนองและชี้แจงข้อมูลก็ต้องทำให้ทันการ ภาครัฐต้องปรับวิธีการทำงาน การสื่อสารข้อมูลไปยังสาธารณะก็ต้องปรับตัวไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะนโยบายต่างประเทศจะต้องตอบโจทย์รัฐบาล และต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนด้วย
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงอธิบายงานของตนให้สาธารณชนเข้าใจ ท่านรัฐมนตรีดอน ปรมัตถ์วินัย จึงมอบนโยบายให้มีการจัดแถลงข่าวทุกสัปดาห์ ซึ่งทำมาแล้ว 4 ครั้ง วิธีการทำงานของกระทรวงก็ต้องปรับเปลี่ยนโดยบูรณาการและประสานงานกันภายในให้มากขึ้น ทุกคนต้องตระหนักว่างานของตนสามารถอธิบายได้มากขึ้น เพื่อตอบสนองนโยบายและตอบสนองกับประชาชน

๐ปัจจุบันต่างชาติมองสถานการณ์ในไทยอย่างไร ยังคงมีการตั้งคำถามและข้อห่วงในประเด็นใดเป็นพิเศษหรือไม่
ช่วงปีแรกอาจมีคำถามมากในเรื่องรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงให้เขาใจถึงความเป็นมาว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หากไม่ทำอะไรบางอย่างก็อาจทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อให้เขาเข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร รัฐบาลต้องเข้ามาดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของคนส่วนใหญ่ แน่นอนว่าบางประเทศอาจไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั้นเราไม่ได้ปิดกั้นที่จะมีความร่วมมือกับนานาประเทศ
เรายังคงเดินหน้าปรับปรุงนโยบายและกลไกต่างๆ เข้าร่วมกับเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญๆ อาทิ การทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยภายใต้กรอบยูพีอาร์ หรือการนำเสนอรายงานด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะกรรมการประจำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ไอซีซีพีอาร์) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ สิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้เราทำ สิ่งที่ยังไม่สามารถทำได้ก็ต้องใช้เวลา แต่เรายังคงดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ในเวทีระหว่างประเทศ และทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะเห็นความสำเร็จในโจทย์ใหญ่ๆ ที่เราถูกโจมตีมาตลอด อาทิ การปราบปรามการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงงาน การบูรณาการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความคืบหน้าในเชิงบวกว่าเราสามารถจัดการกับปัญหาทั้งระบบได้ ซึ่งขณะนี้ก็มีพัฒนการในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนมาก
หลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา การดำเนินการตามโรดแมปของรัฐบาลไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ พิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20 ในสัปดาห์นี้นับเป็นพัฒนาการซึ่งมีนัยสำคัญในสายตาของต่างประเทศที่มองมาตลอดว่าเราจะเดินหน้าตามโรดแมปได้จริงหรือไม่ เพราะขณะนี้ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้

๐ในฐานะโฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศคนที่สอง มีความท้าทายใดๆ หรือไม่ในการทำหน้าที่สำคัญนี้
แน่นอนว่ามี สิ่งที่เป็นความท้าทายคือต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสตรีในการทำงานซึ่งมีมากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศยุคปัจจุบันมีผู้บริหารที่อยู่ในกระทรวงเป็นสตรีซึ่งรวมถึงท่านปลัดกระทรวงหญิงคนแรก นางบุษยา มาทแล็ง อธิบดี และเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงรวม 6 ท่าน นับเป็นพัฒนาการที่ดีและเป็นแนวโน้มของวงการต่างๆ เพราะประเทศอื่นๆ ก็มีแนวโน้มในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย ปัจจุบันประเทศอื่นๆ ก็มีโฆษกกระทรวงต่างประเทศที่เป็นสตรี อาทิ ประเทศจีนและรัสเซีย ซึ่งได้ทราบว่าโฆษกหญิงของรัสเซียยังเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมและมีคนติดตามมากเป็นอันดับต้นๆ ในโซเชียลมีเดียอีกด้วย
ความเป็นหญิงอาจจะดีในแง่ภาพลักษณ์ เรามีความละเอียดอ่อน เข้าใจเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้น งานที่ทำในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศมีหลากหลายมิติ คนของเราที่กรมสารนิเทศมีไม่มาก แต่ความคาดหวังในการทำงานสูง เราจึงต้องปรับตัว ปัจจุบันมีการใช้เครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับโลกในยุคนี้ ไม่ว่าเฟสบุ๊ก ทวีตเตอร์ ยูทูป หรืออินสตาแกรม สิ่งที่อยากทำมากขึ้นต่อไปคือใช้เครื่องมือเหล่านี้มาประชาสัมพันธ์งานของสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นความท้าทายที่ยินดีรับ

Advertisement