หน้าแรก ต่างประเทศ จับตาตะวันออก...

จับตาตะวันออกกลางเดือด! ทรัมป์ประกาศความสำเร็จ ถล่ม 3 แหล่งนิวเคลียร์อิหร่าน

22.06.25 | 07:26 น.
แฟ้มภาพ AP

จับตาตะวันออกกลางเดือด! ทรัมป์ประกาศความสำเร็จ ถล่ม 3 แหล่งนิวเคลียร์อิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐได้ทำการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายสำคัญด้านนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน ได้แก่ ฟอร์โดว์ นาทานซ์ และเอสฟาฮานแล้ว ทำให้ต้องจับตาว่าการเข้าโจมตีอิหร่านโดยตรงของสหรัฐจะทำให้สถานการณ์ร้อนระอุในภูมิภาคตะวันออกกลางจะพัฒนาการไปในทิศทางใด

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า เราได้ดำเนินการโจมตีอย่างประสบความสำเร็จต่อ 3 สถานที่นิวเคลียร์ในอิหร่าน ได้แก่ ฟอร์โดว์ นาทานซ์ และเอสฟาฮานเรียบร้อยแล้ว เครื่องบินทุกลำขณะนี้ออกนอกน่านฟ้าอิหร่านแล้ว

ทรัมป์ยังบอกเพิ่มเติมว่าอีกว่า ได้มีการทิ้งระเบิดเต็มพิกัดลงบนเป้าหมายที่ฟอร์โดว์ และเครื่องบินทุกลำกำลังมุ่งหน้ากลับสู่สหรัฐแล้ว

ทรัมป์ระบุด้วยว่า การโจมตีทางอากาศ ประสบความสำเร็จอย่างมาก เครื่องบินทุกลำกำลังเดินทางกลับอย่างปลอดภัย พร้อมแสดงความยินดีกับ “นักรบชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ของเรา” ก่อนจะปิดท้ายโพสต์ด้วยคำว่า “ตอนนี้ถึงเวลาสำหรับสันติภาพแล้ว”

Advertisement

ทรัมป์ยังโพสต์เพิ่มเติมอีกว่า ฟอร์โดว์หายไปแล้ว ซึ่งน่าจะหมายถึงเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อศูนย์นิวเคลียร์ใต้ดินฟอร์โดว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนจะมีความสับสน โดยรายงานจากสื่อบางแห่งระบุว่า ทรัมป์อาจพูดถึงนาทานซ์ โรงงานนิวเคลียร์สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอิห่านที่มีการสร้างอยู่ใต้ดิน

รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบล่องหน B-2 มีบทบาทในปฏิบัติการการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน หลังจากที่มันเพิ่งถูกส่งไปยังฐานทัพในเกาะกวม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อยู่ใกล้ภูมิภาคตะวันออกกลางในวันเสาร์

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่ากองกำลังของอิสราเอลมีส่วนร่วมในการโจมตีล่าสุดครั้งนี้หรือไม่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ขยายขอบเขตของความขัดแย้งออกไปอย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยหาเสียงโดยสัญญาว่าจะไม่นำสหรัฐเข้าสู่สงครามในต่างประเทศที่โง่เขลา ได้แสดงท่าทีลังเลเป็นบางครั้งว่าจะเข้าร่วมการโจมตีอิหร่านของอิสราเอลหรือไม่ หรือควรมุ่งเน้นไปที่ความพยายามทางการทูตในการยุติโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่าทีของเขาเริ่มมีความแข็งกร้าวต่ออิหร่านมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งประกาศความสำเร็จในการโจมตีอิหร่านแบบไม่คาดฝันดังกล่าว

ปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นหลังรอยเตอร์รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐได้เคลื่อนย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ไปยังเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิก ตอกย้ำถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจเข้าร่วมในการโจมตีต่ออิหร่านโดยตรง เนื่องจากเครื่องบิน B-2 สามารถติดตั้งระเบิด GBU-57 “Massive Ordnance Penetrator” น้ำหนัก 30,000 ปอนด์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำลายเป้าหมายที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน เช่น โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ฟอร์โดว์แห่งนี้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า อิสราเอลแจ้งต่อรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ทรัมป์ ว่า อิสราเอลไม่ต้องการรอจนกำหนดสองสัปดาห์ที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ เพื่อให้อิหร่านทำข้อตกลงในการรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดินที่ฟอร์โดว์ และอิสราเอลอาจดำเนินการเพียงลำพังก่อนครบกำหนดเส้นตายดังกล่าว
แหล่งข่าวสองรายที่ทราบเรื่องนี้กล่าวว่า อิสราเอลได้แจ้งข้อกังวลของตนต่อเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ผ่านการหารือทางโทรศัพท์ที่มีเต็มไปด้วยความตึงเครียดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า พวกเขาไม่ต้องการรอจนครบสองสัปดาห์ตามเส้นตายที่ทรัมป์ประกาศไว้ในวันเดียวกัน ว่าสหรัฐจะตัดสินใจเข้าร่วมในสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านหรือไม่ ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยว่าผู้เข้าร่วมฝ่ายอิสราเอลในการหารือทางโทรศัพท์ดังกล่าว ประกอบด้วย นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี นายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหม และเอยัล ซามีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ฝ่ายอิสราเอลเชื่อว่าพวกเขามีโอกาสจำกัดในการปฏิบัติการต่อโรงงานฟอร์โดว์ที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งนี้ สหรัฐเป็นประเทศเดียวที่มีระเบิดเจาะบังเกอร์ที่มีพลังมากพอที่จะทำลายสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ภายในภูเขาดังกล่าวได้

แหล่งข่าวในสหรัฐที่ทราบเรื่องดังกล่าวบอกว่า อิสราเอลได้แจ้งต่อรัฐบาลสหรัฐว่า พวกเขาเห็นว่ากรอบเวลาสองสัปดาห์ที่ทรัมป์ให้ไว้นั้นนานเกินไป และจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่ไม่ได้ระบุว่าอิสราเอลได้พูดถึงประเด็นจุดยืนดังกล่าวการโทรศัพท์หารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงดังกล่าวหรือไม่

ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์นั้น เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้แสดงความไม่เห็นด้วยและแย้งว่า สหรัฐไม่ควรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง และกล่าวหาอิสราเอลว่าพยายามลากสหรัฐเข้าสู่สงคราม นอกจากแวนซ์แล้ว นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ก็เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ด้วย

ด้านเนทันยาฮูไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะโจมตีโรงงานที่ฟอร์โดว์เพียงลำพัง แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวก็ตาม