หนุ่มไทยแฉถูกบังคับทำงาน-ทรมานในกัมพูชา เผยนาทีกระโดดตึกหนีออกจากศูนย์สแกมเมอร์
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ว่า หนุ่มไทยที่ถูกหลอกไปทำงานกับพวกแก๊งสแกมเมอร์ ที่ประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า เขาทั้งถูกทรมานและบังคับให้หลอกลวงผู้คนแปลกหน้าผ่านทางออนไลน์ ก่อนที่เขาจะสามารถหนีออกมาได้ด้วยการกระโดดออกจากหน้าต่างชั้น 8 ของอาคาร
หนุ่มไทยรายนี้ อายุ 18 ปี ที่ขอใช้ชื่อเล่นว่า “หลุยส์” เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า เขาต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเป็นเวลานานราว 1 ปี พร้อมกับเด็กที่อายุเพียง 13 ปี ภายในศูนย์ที่ดำเนินการโดยอาชญากรชาวจีน
หลุยส์บอกว่า คนงานในศูนย์ดังกล่าว อยู่กันแบบเหมือนทาส ที่ถูกบังคับให้ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงคืนในอาคารที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม ที่พวกเขาต้องถูกลงโทษอย่างโหดร้าย และมีชายที่ถือกระบองไฟฟ้าเฝ้าอยู่
หลุยส์เปิดเผยกับรอยเตอร์ ขณะอยู่ที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้าวันที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จะเปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน กล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่า จงใจเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยกลุ่มอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และว่า รายงานดังกล่าวของแอมเนสตี้นั้น “เกินจริง”
ทั้งนี้ รอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบคำบอกเล่าของหลุยส์ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่รายละเอียดต่างๆ ตรงกับคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์คนอื่น ที่ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ รวมถึงข้อมูลของหน่วยงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้วย
ข่าวระบุว่า แม้ว่าหลุยส์จะปฏิเสธที่จะบอกชื่อ นามสกุลจริง แต่ก็ยินดีที่จะให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ ทีวี
โดยหลุยส์ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนที่เขาถูกหลอกไป อายุ 17 ปี โดยคนที่หลอกเขาเป็นผู้หญิงที่ติดต่อผ่านมาจากเฟซบุ๊ก เสนองานที่มีรายได้ดี รวมทั้งอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก หลังจากที่เขาได้โพสต์ว่า กำลังมองหางานทำอยู่
ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ชักชวนให้หลุยส์เดินทางไปกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางออกจากจังหวัดบ้านเกิด แต่หลังจากนั้น เขาก็ถูกบอกให้ไปที่ชายแดน ซึ่งเขาถูกนำตัวไปยังหนึ่งในศูนย์สแกมเมอร์ของกัมพูชา ที่แอมเนสตี้ระบุไว้ว่า มีถึงอย่างน้อย 53 แห่งด้วยกัน
หลุยส์ถูกหลอกให้ใช้ซอฟต์แวร์วิดีโอ “ดีพเฟค” เพื่อหลอกล่อให้ผู้หญิงไทยโอนเงินให้ ซึ่งหลุยส์บอกว่า เขารู้สึกกดดัน และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ เขาก็ถูกขายให้กับศูนย์อีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้กับชายแดนที่ติดกับประเทศเวียดนาม ที่ดูเหมือนกับเรือนจำ
หลุยส์อธิบายว่า ในห้องที่เขาอยู่ มีคนไทยทั้งชายและหญิงอยู่ 8 คน และถูกสั่งให้หาเงินด้วยการหลอกคนมาให้ได้เดือนละอย่างน้อย 1 ล้านบาท และจะต้องถูกชอร์ตด้วยกระบองไฟฟ้า หากหาเงินได้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือนอนมากเกินไป หรือโทรไปหลอกคนได้น้อยกว่าโควต้าที่กำหนด
หลุยส์บอกว่า เขาคิดที่หลบหนีออกไปให้ได้ หลังจากถูกกักไว้ในห้องมืด เขาจึงได้พังหน้าต่าง และกระโดดลงมาหลายชั้นจนคางของเขากระแทกพื้น
“ปากของผมเต็มไปด้วยเลือด เลือดไหลไปทั่ว และฟันของผมก็หัก จากนั้นผมก็หมดสติไป” หลุยส์กล่าว และว่า พวกเจ้านายได้ถอดเสื้อผ้าออกของเขาออก แล้วพาเขาไปโรงพยาบาล จากนั้นเขาจึงได้กลับบ้านได้
หลุยส์บอกว่า เขาอยากจะบอกกับคนไทยที่กำลังหางานว่า อย่าไปกัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง เพราะคุณอาจจะไม่มีวันได้กลับมาอีก

