หน้าแรก ต่างประเทศ จีนเตือนภัยสี...

จีนเตือนภัยสีแดง น้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม เซ่นฝนบ๊วยตกหนัก

3.07.25 | 13:06 น.
Financial Express

จีนเตือนภัยสีแดง น้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม เซ่นฝนบ๊วยตกหนัก

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ทางตอนเหนือและตะวันตกของจีนเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภาวะน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มจากการที่ฝนบ๊วย ซึ่งเป็นฝนประจำฤดูเรียกตามช่วงเวลาที่ผลบ๊วยเริ่มสุก ตกลงมาอย่างหนัก ในขณะเดียวกัน ทางการออกเตือนภัยระดับสีแดง ขณะที่ฝนเคลื่อนตัวจากมณฑลเสฉวนในตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านมณฑลกานซู่ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและขึ้นไปยังมณฑลเหลียวหนิงในตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว

ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการระดมพลเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายพันคนไปที่เมืองไท่ผิง ในมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 5 รายและสูญหายอีก 5 ราย นอกจากนั้น ยังมีผู้เสียชีวิต 2 รายจากเหตุการณ์ดินถล่มที่ไซต์ก่อสร้างในมณฑลกานซู่ ซึ่งเป็นผลมากจากการที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมานานถึง 2 วัน

ในทางตอนใต้ของจีน ที่เขตปกครองตนเองกว่างซี มีอาคารหลายหลังเลื่อนหล่นลงจากเนินเขาในช่วงสองวันที่ผ่านมา หลังจากดินที่ชุ่มน้ำมากเกินไปส่งผลให้อาคารทรุดตัว อีกทั้ง วิดีโอแสดงให้เห็นว่าอาคารสูง 5 ชั้นในเมืองซินโจว พังถล่มลงสู่แม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียงภายในเวลาไม่กี่วินาที เนื่องจากพื้นดินทรุดตัวฉับพลัน

ด้านหมู่บ้านผิงหลิ่ว มีการอพยพประชาชน 21 คนจาก 7 ครัวเรือนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม  หลังจากเกิดดินถล่มทำให้บ้าน 2 หลังพังถล่ม และอีก 4 หลังได้รับความเสียหาย นอกจากนั้น ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แม่น้ำเลิ่งสุ่ย ซึ่งไหลผ่านเมืองซินโจว ประสบกับระดับน้ำที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2005 ด้วย

Advertisement

ระหว่างการเยือนมณฑลเหอเป่ย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจีนและอยู่ติดกับเหอหนาน นายจาง กั๋วชิง รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเร่งดำเนินมาตรการรับมือกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยเน้นให้มีการอพยพประชาชนล่วงหน้าเพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้ขบวนรถไฟบางสายที่มุ่งหน้าไปปักกิ่งถูกระงับ เที่ยวบินล่าช้ากว่ากำหนดและถูกยกเลิกในช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฏาคม ไปจนถึงช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 กรกฎาคม เรื่องนี้กำลังสร้างความท้าทายแก่ผู้กำหนดนโยบาย เพราะระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่นั้นไม่ทันสมัยพอ มีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนหลายพันคนและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อภาคการเกษตรของจีนที่มีมูลค่ากว่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับเมื่อปีที่ผ่านมาในกรกฏาคม ภัยธรรมชาติส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

แม้จีนจะมีระบบติดตามและพยากรณ์อากาศในระดับประเทศ ทั้งนี้ ยังคงมีความท้าทายด้านความแม่นยำ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบนที่มีทรัพยากรด้านการพยากรณ์อากาศจำกัด ซึ่งอาจทำให้เกิดความยากลำบากในการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ทั้งนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนพยากรณ์ว่า จะมีคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศ และนักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศด้วย