ลูลาฟาดทรัมป์ โลกไม่ต้องการจักรพรรดิ หลังมะกันขู่ขึ้นภาษี BRICS
ประเทศกำลังพัฒนาที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ปฏิเสธข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ว่า กลุ่ม BRICS เป็นพวก “ต่อต้านอเมริกา” โดย ประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ตอบโต้ว่า “โลกไม่ต้องการจักรพรรดิ” หลังสหรัฐขู่ว่าจะขึ้นภาษีศุลกากรกับสมาชิกกลุ่ม BRICS
ทรัมป์ได้ขู่ขึ้นภาษีกลุ่ม BRICS ในคืนวันอาทิตย์ ขณะรัฐบาลสหรัฐเตรียมสรุปข้อตกลงทางการค้ากับหลายประเทศ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ที่จะเริ่มใช้ภาษีต่างตอบแทน ก่อนที่สหรัฐจะประกาศขยายกรอบเวลาในการบังคับใช้ภาษีดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อให้มีเวลาสำหรับการเจรจาภาษีกับประเทศต่างๆ มากขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลทรัมป์ยังไม่มีแผนจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% กับกลุ่ม BRICS ทันทีตามที่ขู่ไว้ แต่หากประเทศใดดำเนินนโยบายที่รัฐบาลทรัมป์มองว่าเป็นการต่อต้านอเมริกา พวกเขาก็พร้อมจะเดินหน้าขึ้นภาษีทันทีเช่นกัน
ในช่วงท้ายของการประชุมสุดยอด BRICS ที่เมือง ริโอ เด จาเนโร ลูลาแสดงท่าทีท้าทายเมื่อถูกถามเกี่ยวกับการขู่ของทรัมป์ โดยเขากล่าวว่า “โลกเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่ต้องการจักรพรรดิ”
ลูลากล่าวถึงกลุ่ม BRICS ว่า “นี่คือกลุ่มประเทศที่ต้องการหาหนทางใหม่ในการจัดระเบียบโลกจากมุมมองทางเศรษฐกิจ ผมคิดว่านั่นแหละคือสาเหตุที่กลุ่ม BRICS ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ”
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์เคยขู่ว่า กลุ่ม BRICS จะเจอภาษี 100% หากพยายามบ่อนทำลายบทบาทของเงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าในปีนี้ บราซิลซึ่งเป็นประธานกลุ่ม BRICS ได้ถอยห่างจากความพยายามในการพัฒนาแนวคิดเรื่อง “สกุลเงินกลางร่วม” ที่บางประเทศสมาชิกเสนอ
ลูลาได้ย้ำมุมมองของว่า โลกจำเป็นต้องมีทางเลือกอื่นนอกจากดอลลาร์สหรัฐในการค้า
“โลกจำเป็นต้องหาวิธีการที่การค้าระหว่างประเทศไม่จำเป็นต้องพึ่งผ่านเงินดอลลาร์ แต่แน่นอนว่าเราต้องทำอย่างมีความรับผิดชอบ ธนาคารกลางของเราต้องหารือกับธนาคารกลางของประเทศอื่น นี่เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปจนกว่าจะรวมกันเป็นหนึ่งได้” ลูลากล่าว
ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ของแอฟริกาใต้ กล่าวว่า กลุ่ม BRICS ไม่ได้ต้องการแข่งขันกับอำนาจใด และเรายังเชื่อว่าจะสามารถตกลงทางการค้ากับสหรัฐได้
ด้านเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ภาษีไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบีบบังคับและกดดัน BRICS สนับสนุนความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ โดยไม่มุ่งเป้าโจมตีประเทศใด”
โฆษกทำเนียบเครมลินกล่าวว่า ความร่วมมือของรัสเซียกับ BRICS นั้นตั้งอยู่บนมุมมองร่วมกันต่อโลก และจะไม่มีวันมุ่งเป้าเล่นงานประเทศที่สาม ขณะที่อินเดียยังไม่มีแถลงการณ์ท่าทีอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก BRICS หลายประเทศและพันธมิตรของกลุ่มยังพึ่งพาการค้ากับสหรัฐอย่างสูง มีรายงานว่าอินโดนีเซีย สมาชิกใหม่ของ BRICS ได้ส่งนายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีอาวุโสด้านเศรษฐกิจ ไปสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม เพื่อหารือเรื่องภาษี
ขณะที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรของ BRICS และถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษี 24% ก่อนจะถูกปรับขึ้นเป็น 25% ในจดหมายล่าสุดที่ทรัมป์ส่งแจ้งระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจของประเทศเป็นอิสระ และไม่ได้มุ่งเน้นแนวคิดเชิงอุดมการณ์
กลุ่ม BRICS ได้เสนอตัวในฐานะที่หลบภัยสำหรับการทูตพหุภาคี ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและสงครามการค้าที่รุนแรง
ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ผู้นำ BRICS ประณามการทิ้งระเบิดอิหร่านที่เป็นประเทศสมาชิกเมื่อเร็วๆ นี้ และเตือนว่าการขึ้นภาษีของสหรัฐเป็นภัยคุกคามต่อการค้าโลก ซึ่งยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีของทรัมป์อย่างไม่เปิดเผยต่อไป
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทรัมป์ก็ออกมาเตือนอีกว่า เขาจะ ลงโทษประเทศใดก็ตามที่ต้องการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS
กลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยมีสมาชิก 4 ประเทศ ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ตามด้วยแอฟริกาใต้ และในปีที่ผ่านมาได้มีการรับสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 5 ประเทศ คืออียิปต์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้านซาอุดีอาระเบีย ยังไม่ตอบรับเป็นสมาชิกถาวร แต่เข้าร่วมในฐานะประเทศพันธมิตร ปัจจุบันมี มากกว่า 30 ประเทศ แสดงความสนใจเข้าร่วม BRICS ไม่ว่าจะในฐานะสมาชิกเต็มรูปแบบหรือพันธมิตร ซึ่งรวมถึงประเทศไทย

