หน้าแรก ต่างประเทศ ไวรัล หนุ่มชา...

ไวรัล หนุ่มชาวจีนแต่งหญิง อัดคลิปสัมพันธ์ชายนับพัน จนนำไปสู่ การถูกจับกุม ฐานแพร่สื่อลามก 

11.07.25 | 13:47 น.

ไวรัล หนุ่มชาวจีนแต่งหญิง อัดคลิปสัมพันธ์ชายนับพัน ลงขายในกลุ่มลับ จนนำไปสู่ การถูกจับกุม ฐานแพร่สื่อลามก 

เป็นเรื่องราวที่น่าตกใจ บนโลกออนไลน์ประเทศจีน ปรากฎภาพไวรัลชวนติดตา เป็นชายวัยกลางคน แต่งกายเลียนแบบผู้หญิง ชักชวนผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ พร้อมแอบอัดวิดีโอไว้เพื่อลงบนโซเชียล และยังมีรายงานว่า เหล่าผู้ชายที่มีสัมพันธ์ด้วยกันกับเขา มีมากกว่า 1,000 คน จนก่อให้เกิดข้อกังวลทางด้านสุขภาพ ความเป็นส่วนตัว แม้กระทั่งการไว้เนื้อเชื่อใจในคู่สมรส นอกจากนี้ มีรายงานว่า ผู้ใช้โซเชียลบางราย พบคู่หมั้นของตัวเองในภาพถ่ายที่เห็นแค่ศีรษะ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ตำรวจเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู แถลงจับกุมชายวัย 38 ปี ข้อหาเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ขณะที่สื่อประเทศจีน รายงานว่า เขาได้แอบตั้งกล้องอัดคลิปผู้ชายที่เข้ามาในห้อง เพื่อมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นเผยแพร่ลงกลุ่มปิดบนบนโซเชียล ซึ่งต้องเสียค่าสมาชิกคนละ 21 ดอลลาร์ ราว 680 บาท

ภาพ scmp

 

การแต่งกายของเขาคือ พลางตัวโดยการแต่งหน้าจัด ใช้วิคผมสั้น กระโปรงยาว-เสื้อแขนยาวมิดชิด พร้อมกับใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า รวมถึงบีบเสียงให้เล็กเหมือนผู้หญิง แต่ก็มีรายงานว่า ผู้ชายบางคนก็ทราบว่า เขาแต่งตัวเลียนผู้หญิงเท่านั้น

Advertisement

มีรายงานว่า ชายรายนี้มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายทั้งหมด 1,691 คน แต่เขาไม่ได้เรียกเก็บเงินกับคนเหล่านั้น หวังเพียงให้นำของเล็กๆน้อยๆมาฝากเท่านั้น เช่น นม ผลไม้ หรือแม้กระทั่งขวดน้ำมันครึ่งขวด ด้านตำรวจยังปฏิเสธจำนวนผู้ชายที่เขามีเพศสัมพันธ์มากกว่า 1,000 คน แต่ยังไม่แจ้งตัวเลขที่ชัดเจน

ภาพ scmp
ภาพ scmp

อย่างไรก็ตาม สำหรับกฎหมายในจีน การมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันไม่ผิด แต่หากเผยแพร่กิจกรรมทางเพศ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และมีโทษสูงสุดคือ จำคุก 2 ปี ทั้งนี้ จากคำสัมภาษณ์ของทนายคนหนึ่ง ให้ข้อมูลไว้ว่า หากบุคคลใดมีมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับคนจำนวนมาก ทั้งที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคติดต่อ อาจจะต้องเผชิญโทษจำคุก ตั้งแต่ 3 -10 ปี

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเมืองหนานจิง กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยว่า ชายดังกล่าวมีโรคติดต่อหรือไม่ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของเขา ด้านเจ้าหน้าที่สาธารสุขเมืองหนานจิง ยืนยันว่า พร้อมดำเนินตามมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา asiaone , scmp