สหรัฐ เปิดสอบสวน แนวปฏิบัติทางการค้าของบราซิล อ้างไม่เป็นธรรม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ได้เริ่มการสอบสวนเกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการค้าที่เกรียร์อ้างว่า “ไม่เป็นธรรม” ของบราซิล หลังก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐมีการโต้เถียงกับประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล จนทำให้ทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิลในอัตราสูงถึง 50%
ผู้แทนการค้าสหรัฐจะเปิดฉากการสอบสวนโดยใช้มาตรา 301 เพื่อสอบสวนว่าการที่บราซิลมีแนวปฏิบัติในเรื่องการค้าดิจิทัลและอัตราภาษีพิเศษถือเป็นการจำกัด ภาระ และเลือกปฏิบัติที่ไม่มีเหตุผลต่อการค้าของสหรัฐหรือไม่ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของบราซิลคือโซเชียลมีเดียของสหรัฐ รวมถึงบริษัทสหรัฐอื่นๆ คนงาน ชาวนา และนักพัฒนาเทคโนโลยี
แถลงการณ์ของผู้แทนการค้าสหรัฐบอกอีกว่า บราซิลทำให้บริษัทของสหรัฐเสียเปรียบ ด้วยการกำหนดภาษีส่งออกแก่คู่ค้าประเทศอื่นๆ ต่ำกว่าของสหรัฐ และกล่าวหาว่าบราซิลล้มเหลวในการปราบปรามคอรัปชั่น นอกจากนั้น บราซิลยังคิดอัตราภาษีเอทานอลส่งออกของสหรัฐในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น และยังล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย
เกรียร์กล่าวอีกว่า มาตรการของบราซิลทั้งแบบภาษีและไม่ใช่ภาษีสมควรได้รับการสอบสวนอย่างละเอียด และควรมีการพิจารณามาตรการตอบโต้กลับ อย่างไรก็ตาม ทางการบราซิลยังไม่ออกมาให้ความเห็นกับเรื่องดังกล่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐอ้างว่าการคิดภาษีศุลกากรแก่บราซิลในอัตรา 50% ในวันที่ 1 สิงหาคมนั้นมีความชอบธรรมแล้ว และเรียกร้องให้มีการยุติการพิจารณาคดีนายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีบราซิลในข้อหาวางแผนก่อรัฐประหาร
ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก ทรัมป์ได้ใช้มาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 เพื่อใช้ขึ้นอัตราภาษีแก่จีน ทั้งยังใช้ในการสอบสวนประเทศต่างๆ ที่คิดภาษีบริการดิจิทัลแก่บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐมาแล้ว

