หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์ขาบวม-ม...

ทรัมป์ขาบวม-มือช้ำ เผยเป็นเส้นเลือดขอด ดับข่าวลือมีปัญหาสุขภาพร้ายแรง

18.07.25 | 09:33 น.
AP

ทรัมป์ขาบวม-มือช้ำ เผยเป็นเส้นเลือดขอด ดับข่าวลือมีปัญหาสุขภาพร้ายแรง


ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังมีอาการบวมที่ขาส่วนล่างและมีรอยช้ำที่มือข้างขวา หลังจากมีภาพถ่ายปรากฏให้เห็นว่าเขาข้อเท้าบวมและใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยช้ำบนมือ

แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้อ่านจดหมายจากของแพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีทรัมป์ในระหว่างแถลงข่าว โดยระบุว่าอาการป่วยทั้งสองนี้เป็นอาการที่ไม่รุนแรง อาการบวมที่ขาเกิดจากเส้นเลือดขอด เนื่องจากหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติซึ่งพบได้ทั่วไป ส่วนรอยช้ำที่มือเกิดจากการที่ทรัมป์จับมือกับผู้คนจำนวนมาก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้รู้สึกไม่สบายจากอาการดังกล่าว

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติข่าวลือที่แพร่สะพัดบนอินเทอร์เน็ตว่า ทรัมป์ วัย 79 ปี อาจกำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรง โดยอ้างอิวจากหลักฐานภาพถ่ายของเขาในช่วงที่ผ่านมา

Advertisement
ข้อเท้าซ้ายของทรัมป์ที่บวมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่จับภาพได้ในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว / AP

หลังการแถลงข่าวของลีวิตต์ ทำเนียบขาวได้เผยแพร่จดหมายของฌอน บาร์บาเบลลา นายทหารเรือสหรัฐ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวของทรัมป์ โดยระบุว่า ทรัมป์ได้เข้ารับการตรวจหลายอย่างเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว

บาร์บาเบลลากล่าวว่า การตรวจอัลตราซาวด์ที่ขาของประธานาธิบดีพบว่า เขามีภาวะหลอดเลือดดำขาดประสิทธิภาพเรื้อรัง ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่รุนแรงและพบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี

จดหมายยังระบุว่า ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าทรัมป์เป็นโรคหลอดเลือดดำอุดตันหรือหรือโรคหลอดเลือดแดงแต่อย่างใด นอกจากนี้ในการตรวจเพิ่มเติมยังไม่พบสัญญาณของโรคหัวใจล้มเหลว ปัญหาการทำงานของไต หรือโรคทางระบบอื่นๆ

บาร์บาเบลลายังบอกด้วยว่า ทรัมป์มีรอยฟกช้ำที่หลังมือขวา ซึ่งสอดคล้องกับการระคายเคืองของเนื้อเยื่ออ่อนเล็กน้อยจากการจับมือบ่อยครั้ง และจากการใช้ยาแอสไพริน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางปกติในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

“ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี” แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ ทรัมป์เข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด ชานกรุงวอชิงตัน ซึ่งผลการตรวจพบว่าจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ และไม่พบปัญหาสุขภาพร้ายแรงใดๆ