อยากไปสหรัฐต้องกำเงินอย่างน้อย 1.4 หมื่น หลังประกาศเก็บค่าวีซ่าเพิ่ม
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา สภาคองเกรสได้อนุมัติการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2025 นี้ ซึ่งเป็นส่วนองภายใต้ร่างกฎหมายชุดใหม่ “One Big Beautiful Bill Act” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ลงนามเป็นกฎหมายแล้ว เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยหนึ่งในกฎหมาย ที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือการเก็บ Integrity Fee หรือการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวทุกประเภท ที่รวมทั้งนักท่องเที่ยว นักเรียน และนักธุรกิจจากทั่วโลก ที่ต้องการเดินทางมายังสหรัฐ โดยต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกคนละ 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8,000 บาทภายใต้อัตราการแลกเปลี่ยนในปัจจุบันที่ 32.38 บาทต่อดอลลาร์
ตามข้อความในร่างกฎหมายระบุว่า ค่าธรรมเนียมนี้จะใช้กับชาวต่างชาติทุกคนที่ได้รับวีซ่าประเภทที่ไม่ใช่วีซ่าสำหรับผู้อพยพ โดยจะถูกเรียกเก็บ ณ เวลาที่ออกวีซ่า ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าทุกประเภทจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 250 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการระบุว่า จะเริ่มต้นการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเมื่อไหร่ แต่หากเริ่มมีการเก็บส่วนนี้ เงินที่ได้เพิ่มขึ้นมาจะถูกส่งไปลังกองทุนของกระทรวงการคลังของสหรัฐ
ขณะที่ในปัจจุบัน ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าสหรัฐประเภทท่องเที่ยวและธุรกิจ จะเสียค่าธรรมเนียม 185 ดอลลาร์ หรือราว 6,000 บาทอยู่แล้ว ดังนั้นหากรวมกับค่าธรรมเนียมใหม่ 250 ดอลลาร์ จะทำให้ผู้ขอวีซ่าสหรัฐต้องเสียเงินอย่างน้อย 14,000 บาทเป็นค่าวีซ่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ต่างออกมาแสดงความกังวลว่า ค่าธรรมเนียมใหม่ที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวในสหรัฐ ที่ลดน้อยลงไปแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ขณะที่นายเจฟฟ์ ฟรีแมน ประธานและซีอีโอ ของสมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐ บอกว่า ค่าธรรมเนียมใหม่นี้เป็นเรื่อง “ไร้สาระ” เพราะการขึ้นค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถูกกฎหมาย เป็นเสมือนการเรียกเก็บภาษีจากหนึ่งในสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ นั่นคือการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา
“ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำกลับไปลงทุนเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางแต่อย่างใด และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ นอกจากจะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวลังเลที่จะเดินทางมาเยือน ในช่วงเวลาที่นักเดินทางจากต่างประเทศต่างก็มีความกังวลเกี่ยวกับการต้อนรับที่ได้รับ และราคาที่สูงอยู่แล้ว ขณะที่สภาคองเกรสเริ่มกระบวนการจัดสรรงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2026 จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า ค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวจะถูกลดลง หรือหากเป็นไปได้ก็ควรถูกยกเลิกในทุกกรณีที่เป็นไปได้” ฟรีแมนระบุ
ผู้ที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ 250 ดอลลาร์สหรัฐนี้คือ ผู้ที่เดินทางโดยใช้วีซ่าที่ไม่ใช่กลุ่มผู้อพยพ และผู้ที่ไม่ได้มารายชื่อ 42 ประเทศและดินแดนปกครองตนเองที่อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่าของสหรัฐ
ส่วนผู้ที่มาจากประเทศที่อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่าจากสหรัฐ แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะเดินทางไปสหรัฐ ที่ต้องขอวีซ่าประเภทพิเศษ เช่น วีซ่าเพื่อการศึกษาเล่าเรียน ทำงาน หรือโครงการแลกเปลี่ยน ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเช่นกัน
ค่าธรรมเนียม 250 ดอลลาร์นี้จะถูกเรียกเก็บเพิ่มจากค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว โดยเป็นการชำระเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมวีซ่าปกติที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
การประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมเข้าประเทศครั้งใหม่นี้ มีขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกสำคัญๆ อย่าง ฟุตบอลโลก 2026 และโอลิมปิกฤดูร้อน 2028 ที่อาจจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อแผนการของนักท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มจะเดินทางไปสหรัฐในช่วงเวลาที่มีการจัดงานระดับโลกดังกล่าว
ทั้งนี้ มี 42 ประเทศและดินแดน ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจากสหรัฐ หมายความว่า พลเรือนจากประเทศหรือดินแดนเหล่านี้ ไม่ต้องเสียเงิน 250 ดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีไปสหรัฐไม่เกิน 90 วัน ซึ่งประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจากสหรัฐแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับวันที่จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว แต่คาดว่า ค่าธรรมเนียมใหม่นี้น่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณใหม่ของสหรัฐ ซึ่งก็คือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

