หน้าแรก ต่างประเทศ สหรัฐ ปล่อยเอ...

สหรัฐ ปล่อยเอกสารกว่า 2 แสนฉบับ ปมลอบสังหาร ‘มาร์ติน ลูเธอร์ คิง’

22.07.25 | 13:30 น.
FILE PHOTO AP

สหรัฐ ปล่อยเอกสารกว่า 2 แสนฉบับ ปมลอบสังหาร ‘มาร์ติน ลูเธอร์ คิง’

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้เผยแพร่เอกสารมากกว่า 240,000 หน้าเกี่ยวกับการลอบสังหารนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักกิจกรรมทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญในขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองและความเสมอภาคของชาวอเมริกันผิวสีในช่วงยุคทศวรรษที่ 1950 – 1960 รวมถึงเผยแพร่บันทึกของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ที่ทำการสอดแนมลูเธอร์ คิงเพื่อพยายามทำลายชื่อเสียงและขัดขวางขบวนการเรียกร้องสิทธิของเขา

ลูเธอร์ คิงถูกนายเจมส์ เอิร์ล เรย์ ลอบยิงเสียชีวิตที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี เมื่อวันที่ 4 เมษายน ปี 1968 ซึ่งเป็นช่วงที่ลูเธอร์ คิงเริ่มขยายการรณรงค์ของเขาจากเดิมที่ให้ความสนใจไปที่การเรียกร้องสิทธิให้กับชาวอเมริกันผิวสีเป็นหลัก ไปเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและเรียกร้องสันติภาพ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้ประกาศในช่วงการหาเสียงว่าจะเปิดเผยรายงานการสอบสังหารของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เพื่อให้ความโปร่งใสกับการเสียชีวิตของเคนเนดี ต่อมาหลังเข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์มีแผนที่จะเผยแพร่เอกสารการลอบสังหารนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี และลูเธอร์ คิง โดยเอกสารเกี่ยวกับการลอบสังหารลูเธอร์ คิงถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐ และบอกว่าจะมีการเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติมอีกในอนาคต

เอฟบีไอยังเก็บเอกสารการสอดแนมลูเธอร์ คิงระหว่างปีช่วงทศวรรษที่ 1950 – 1960 รวมถึงข้อมูลจากการดักฟังทางโทรศัพท์ เพราะในช่วงดังกล่าวเอฟบีไอตั้งข้อสงสัยว่าลูเธอร์ คิงมีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐและสหภาพโซเวียต ซึ่งต่อมา ทางเอฟบีไอยอมรับว่าลูเธอร์ คิงไม่มีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายคอมมิวนิสต์และยอมรับความผิดในเรื่องดังกล่าว

Advertisement

ครอบครัวของลูเธอร์ คิงได้ขอให้อย่ามีการใช้เอกสารดังกล่าวในทางที่ผิด และขอให้มีการให้เกียรติความเสียสละของลูเธอร์ คิง ด้วยการอุทิศตนเพื่อทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง นั่นคือสังคมที่มีรากฐานจากความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความสามัคคี และความเท่าเทียมกัน

ครอบครัวของลูเธอร์ คิงบอกอีกว่า ตลอดชีวิตของลูเธอร์ คิง เขาตกเป็นเป้าของการโจมตีและการบิดเบือนความจริงและการสอดแนมของนายเจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอในขณะนั้น