ทรัมป์ทิ้ง UNESCO ซัดหนุนแนวคิด WOKE ผอ.รับเสียใจแต่ไม่แปลกใจ
ทำเนียบขาวระบุเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจให้สหรัฐถอนตัวออกจากองค์การวัฒนธรรมและการศึกษาแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการศึกษาของยูเอ็น โดยให้เหตุผลว่ายูเนสโกเป็นองค์กรที่มีแนวคิด “Woke” และสร้างความแตกแยก
การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการแจ้งถอนตัวครั้งที่ 2 ของสหรัฐจากยูเนสโกในยุคของทรัมป์ โดยเขาเคยให้สหรัฐถอนตัวจากยูเนสโกในระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะนำพาสหรัฐกลับเข้าเป็นสมาชิกยูเนสโกอีกครั้งในปี 2023
ยูเนสโกซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสันติภาพผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยการประกาศถอนตัวครั้งนี้จะมีผลอย่างเป็นทางการในปลายปีหน้า
การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายการต่างประเทศภายใต้แนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งมักตั้งข้อสงสัยต่อองค์กรพหุภาคีอย่างสหประชาชาติ องค์การการค้าโลก (WTO), และองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO)
แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ยูเนสโกสนับสนุนประเด็นทางวัฒนธรรมและสังคมที่เป็นแนวคิด Woke และสร้างความแตกแยก ซึ่งขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายที่ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียงเลือก
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังกล่าวหาว่า ยูเนสโกสนับสนุนวาระเชิงอุดมการณ์ในการพัฒนาระดับนานาชาติ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายต่างประเทศแบบอเมริกาต้องมาก่อนของเรา และยังชี้ว่า การที่ยูเนสโกรับรองสถานะรัฐสมาชิกของปาเลสไตน์เป็นเรื่องที่มีปัญหาอย่างมาก และขัดต่อจุดยืนของสหรัฐ พร้อมบอกด้วยว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดวาทกรรมต่อต้านอิสราเอล
ด้านออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก กล่าวว่า เธอรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของทรัมป์ แต่ก็เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว และยูเนสโกได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้แล้วเช่นกัน โดยได้มีการกระจายแหล่งเงินทุน และขณะนี้ยูเนสโกพึ่งพางบประมาณจากสหรัฐเพียง 8% เท่านั้น
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ เพื่อแสดง การสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลงต่อยูเนสโก ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์มรดกโลกของมนุษยชาติ พร้อมยืนยันว่า การถอนตัวของสหรัฐจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นของฝรั่งเศสที่มีต่อองค์การนี้
เจ้าหน้าที่ยูเนสโกกล่าวว่า การถอนตัวของสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐบางส่วน แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดวิกฤต
นายไมค์ วอลทซ์ ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐประจำยูเอ็นของรัฐบาลทรัมป์ กล่าวในเดือนนี้ว่า ยูเอ็นจำเป็นต้องปฏิรูป พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าเราสามารถทำให้ยูเอ็นกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

