ชาวยูเครนประท้วงรัฐบาลครั้งแรกหลังสงคราม ค้านกม.ให้อำนาจเบ็ดเสร็จอัยการตัดสินคดี
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ชาวยูเครนจำนวนมากลงถนนในกรุงเคียฟและเมืองอื่นๆ ทั่วยูเครน เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีคัดค้านการผ่านร่างกฎหมายที่เสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน ซึ่งจะมอบอำนาจให้อัยการสูงสุดสามารถควบคุมการสืบสวนและคดีของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (NABU) รวมถึงสำนักงานอัยการผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน (SAPO) ซึ่งจะทำให้หัวหน้า SAPO มีแค่ตำแหน่งแต่ไม่มีอำนาจ อีกทั้ง NABU จะสูญเสียความเป็นอิสระและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานอัยการ
ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการวิจารณ์ว่า จะลดความเป็นอิสระของทั้งสองหน่วยงานและเปิดทางใกล้ผู้ที่ใกล้ชิดกับเซเลนสกีมีอิทธิพลในการสืบสวนคดีต่างๆ มากขึ้น ขณะที่ผู้คัดค้านบางกล่าวว่าเรื่องนี้ร้ายแรงกว่าการที่รัสเซียโจมตียูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธ
โดยการชุมนุมในครั้งนี้ถือเป็นประท้วงรัฐบาลครั้งแรกหลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพราะการรวมพลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ล้วนมุ่งเน้นไปที่การปล่อยตัวนักโทษและค้นหาตัวผู้สูญหาย อีกทั้ง การจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันมีอิทธิพลสำคัญที่จะทำให้ยูเครนสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ไปจนถึงการได้รับความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
มาร์ทา คอส กรรมาธิการยุโรปด้านการขยายตัวของสหภาพยุโรป แสดงความกังวลผ่าน X ว่า ร่างกฎหมายนี้ถือเป็นการก้าวถอยหลัง หน่วยงานอิสระอย่าง NABU และ SAPO เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเข้าเป็นสมาชิกอียูของยูเครน หลักนิติธรรนยังคงเป็นหัวใจของการเจรจาเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิก

