กห.-กต.กัมพูชา ประณามอย่างรุนแรง อ้างไทยยิงก่อน จี้ถอนทหาร
เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. เฟซบุ๊ก Press OCM รายงานว่า กระทรวงโหมของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงการรุกรานทางทหารของประเทศไทย โดยระบุว่า
คำแถลงการณ์! กระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชาขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการรุกรานทางทหารอย่างรุนแรง ป่าเถื่อน โหดร้าย ของราชอาณาจักรไทย ต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
พนมเปญ 24 กรกฎาคม 2025 พลโท มาลี โสเจียตา ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมและและโฆษกกระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชา ขอประณามการรุกรานที่สุดต่อการรุกรานทางทหารอย่างรุนแรง ป่าเถื่อน โหดร้าย ของราชอาณาจักรไทย ต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาในเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2025
กระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชา ขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการรุกรานทางทหารอย่างรุนแรงป่าเถื่อน โหดร้ายของราชอาณาจักรไทย ต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา โดยเมื่อเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 เวลาประมาณ 06.30 น. ฝั่งไทยเริ่มก่อเหตุละเมิดข้อตกลงที่ตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ ด้วยการขึ้นไปบนปราสาทตาเมือนธม และแอบเข้าไปติดตั้งรั้วลวดหนามตามเชิงปราสาท จากนั้น เวลา 07.40 น. ฝ่ายไทย ได้ปล่อยโดรนเป็นเวลา 2 นาที และเวลา 08.30 น. ฝ่ายไทยได้ทำการยิงขึ้นฟ้า
ต่อมาเวลา 08.46 น. กองทัพผู้รุกรานของไทยได้เปิดฉากยิงใส่ทหารกัมพูชาก่อนในบริเวณปราสาทตาเมือนธม และขยายการยิงไปที่ปราสาทตาควาย บริเวณภูเขาขมอย และขยายพื้นที่การโจมตีไปยังบริเวณมุมไบ รวมถึงใช้เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด 2 ลูก บนถนนวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำลังรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนของตนในจังหวัดอุดรมีชัย และจังหวัดพระวิหาร
ต่อมาเวลา 08.47 น. กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองในเขตอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน เพื่อต่อต้านการรุกรานของทหารไทยที่ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
การใช้อาวุธหนักทุกประเภทและการใช้กองกำลังทหารจำนวนมหาศาลเพื่อยึดครองดินแดนกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและผิดกฎหมายเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรากฐานของระเบียบระหว่างประเทศอีกด้วย
กัมพูชาขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำผิดกฎหมายของไทยอย่างไม่ลังเลและจริงจัง และให้ฝ่ายไทยรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการละเมิดที่รุนแรงของตน กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการกระทำที่เป็นปรปักษ์ทั้งหมดโดยทันที ถอนกำลังกลับไปยังชายแดนของตน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่รุกราน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
ในขณะที่กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติผ่านช่องทางกฎหมายและการทูต กระทรวงกลาโหมขอยืนยันถึงความพร้อมอย่างเต็มที่ของกองทัพกัมพูชาในการปกป้องอธิปไตยและประชาชนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาไม่ว่าจะด้วยราคาใดก็ตาม ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ กัมพูชาสงวนสิทธิทางกฎหมายในการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้อย่างจริงจังต่อการรุกรานที่รุนแรงของไทย
ราชอาณาจักรกัมพูชาขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นต่อสันติภาพ อย่างไรก็ตาม เราขอยืนยันอีกครั้งถึงสิทธิอธิปไตยของเราตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนและประชาชนของเราไม่ว่าจะด้วยราคาใดก็ตาม กัมพูชาจะไม่ยอมจำนนต่อการบีบบังคับหรือการข่มขู่ในรูปแบบใดๆ
รัฐบาล กองทัพ และประชาชนกัมพูชาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการปกป้องดินแดน ศักดิ์ศรี และอธิปไตยของเราอย่างไม่สั่นคลอนไม่ว่าจะด้วยราคาใดก็ตาม
กระทรวงกลาโหมขอเรียกร้องให้นักข่าวและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทอย่าแชร์ข้อมูล รูปภาพ หรือวิดีโอที่ไม่มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพหรือข้อมูลที่แสดงกิจกรรมของกองทัพ, ที่ตั้งทางทหาร และการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกประเภท
กระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชาประณามการรุกรานของไทยและเรียกร้องให้ไทย ถอนกําลังกลับไปยังแนวชายแดนของตัวเอง

โดยมีรายละเอียดดังนี้
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2024 กระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ประณามเกี่ยวกับการรุกรานของกองทัพไทยต่อบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา โดยชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 กองทัพไทยได้เปิดฉากการโจมตีอย่างไร้เหตุผล โดยไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า และโดยเจตนา ต่อที่ตั้งของกัมพูชาตามแนวชายแดน รวมถึง ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และมุมไบ ในจังหวัดพระวิหาร และจังหวัดอุดรมีชัย
กระทรวงต่างประเทศระบุว่า การรุกรานนี้เป็นการ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้งและร้ายแรง รวมถึงหลักการพื้นฐานที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน ซึ่งห้ามการคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนและเอกราชทางการเมืองของรัฐใดรัฐหนึ่ง
รัฐบาลกัมพูชาขอประณามการกระทำที่ขาดการยั้งคิดและเป็นปรปักษ์ของประเทศไทยอย่างรุนแรงที่สุด การรุกรานทางทหารอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนร่วมของเราเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงการไม่เคารพต่อบรรทัดฐานของภูมิภาคและพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยยุติการเป็นปรปักษ์ทั้งหมดโดยทันที ถอนกำลังกลับไปยังแนวชายแดนของตน และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ยั่วยุที่อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
กัมพูชายืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงต่อสันติภาพ การเจรจา และการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ อย่างไรก็ตาม กัมพูชาก็ ขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองขั้นพื้นฐาน ตามที่ได้รับการยอมรับในมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนของตน

