คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ซันเซโตะชู’ญี่ปุ่นมาก่อน’ พลิกโฉมการเมืองแดนปลาดิบ?
นับเป็นชัยชนะสำคัญอีกก้าวที่น่าจับตาสำหรับพรรค “ซันเซโตะ” พรรคการเมืองนอกกระแสที่มีแนวคิดขวาจัด หลังคว้าที่นั่งในสภาสูงของญี่ปุ่นในศึกเลือกตั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปได้เพิ่ม 14 ที่นั่งจากเดิมมีอยู่ 1 ที่นั่ง โดยที่มีเก้าอี้ให้ชิงชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้จำนวนครึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาสูงทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 248 ที่นั่ง
ในทางกลับกันก็กลายเป็นการปราชัยที่น่าอัปยศอีกครั้งของ พรรคเสรีประชาธิปไตย(แอลดีพี) แกนนำรัฐบาลที่กุมอำนาจบริหารประเทศมายาวนานซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ ชิเกรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องสูญเสียการครองเสียงข้างมากในสภาสูงไป หลังทำผลงานได้ไม่ถึงเป้าที่ต้องคว้าที่นั่งในสภาสูงให้ได้ 50 ที่นั่ง
กล่าวได้ว่า Japanese First หรือ “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” สโลแกนที่ “โซเฮ คามิยะ” หัวหน้าพรรคซันเซโตะ ในวัย 47 ผู้บอกว่าสไตล์การเมืองของเขาได้แรงบันดาลใจมาจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ชูเป็นนโยบายเรือธงในแคมเปญหาเสียงนั้น เป็นวลีจุดพลุที่เรียกกระแสสังคมให้หันมาสนใจพรรคเล็กนอกกระแสนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มคนที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่งที่ยึดโยงกับผลประโยชน์ของคนในชาติเป็นหลัก
ชัยชนะของพรรคซันเซโตะยังถูกมองว่าได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการกระตุ้นเตือนถึงภัยการรุกรานอย่างเงียบๆ ของผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่น การให้คำมั่นว่าจะลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายด้านสวัสดิการให้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ในมุมมองของ โจชัว วอล์กเกอร์ ประธานกลุ่มเจเปน โซไซตี องค์กรไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐ มองว่า ซันเซโตะกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะในอเมริกา เพราะแนวคิดประชานิยมและความรู้สึกต่อต้านคนต่างชาติที่ปะทุขึ้น แต่นั่นสะท้อนถึงความอ่อนแอของพรรคแอลดีพีและนายอิชิบะมากกว่าจะเป็นจุดแข็งของพรรคซันเซโตะเอง
ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองอีกหลายคนมองว่าการปลุกกระแส “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” ของคามิยะ สามารถดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่พอใจกับสภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่อ่อนแอและค่าเงินเยนที่ตกต่ำซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้หลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ดันให้ราคาสินค้าต่างๆ เพิ่มขึ้นตามมา ก่อผลกระทบเป็นห่วงโซ่ให้ชาวญี่ปุ่นต้องแบกรับภาระมากขึ้น ให้มาเป็นฐานเสียงของตนเองเพิ่มขึ้นได้
ปัจจัยเหล่านี้เป็นจุดพลิกที่ทำให้พรรคเล็กนอกกระแสอย่าง ซันเซโตะ ที่มีจุดกำเนิดบนยูทูบในช่วงเกิดวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ก้าวสู่การเมืองกระแสหลักจนคว้าเก้าอี้ในสภาเพิ่มมากขึ้นได้
หมุดหมายต่อไปก็จะต้องดูว่าพรรคซันเซโตะจะยังสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในญี่ปุ่นที่พรรคใหญ่อย่างแอลดีพีผูกขาดการเป็นผู้นำรัฐบาลมาเกือบจะตลอดทุกสมัยได้หรือไม่ ต้องรอวัดกันในศึกเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป

