เขมรอ้าง ไทยก่ออาชญากรรมสงคราม ใช้ระเบิดลูกปราย ขัดหลักมนุษยธรรมร้ายแรง
สำนักข่าวแขมร์ไทมส์รายงานว่า หน่วยงานช่วยเหลือเหยื่อและปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAA) ได้ออกแถลงการณ์ประณาม โดยอ้างว่ากองทัพไทยมีการใช้ระเบิดลูกปรายหลายลูกจำนวน 2 ครั้งในการโจมตีใส่จังหวัดพระวิหารของกัมพูชาที่มีพรมแดนติดกับไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม โดยบอกว่าเป็นการละเมิดหลักการด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
แถลงการณ์ของ CMAA ระบุว่าข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจากหน่วยงานท้องถิ่นและทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้ยืนยันว่าไทยมีการใช้ระเบิดลูกปราย ซึ่งนานาชาติมีการแบนการใช้ ก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือน ทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิด และชุมชนในพื้นที่ชายแดนอย่างทันทีและไม่เลือกปฏิบัติ การใช้ระเบิดลูกปรายของไทยถือเป็นการละเมิดหลักการด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง เพราะระเบิดลูกปรายถูกห้ามการใช้งานตามอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย ปี 2008 เพราะก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและต่อเนื่องยาวนานต่อพลเรือน โดยเฉพาะเด็ก
แถลงการณ์ของ CMAA ระบุอีกว่า เป็นอีกครั้งที่ไทยใช้ยุทธวิธีที่โหดร้ายเหมือนในปี 2011 ที่ไทยใช้ระเบิดลูกปรายใช้โจมตีในพื้นที่ใกล้กับปราสาทเขาพระวิหารระหว่างการยิงปะทะกับกัมพูชา จนก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ด้านรองประธานของ CMAA กล่าวด้วยว่า การใช้ระเบิดลูกปรายโดยเฉพาะในพื้นที่ทั้งในและใกล้กับพื้นที่ชายแดนที่มีพลเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ไม่อาจยอมรับได้ เป็นการไม่คำนึงถึงชีวิตของมนุษย์ หลักการด้านมนุษยธรรม และสันติภาพในภูมิภาค แม้ว่ากัมพูชาจะไม่ได้เป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย แต่กัมพูชาไม่เคยใช้ระเบิดลูกปรายและมุ่งดำเนินงานเพื่อกำจัดอาวุธเหล่านี้ให้หมดไปจากัมพูชา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่เพียงแต่จะทำอันตรายต่อชีวิตแล้วยังเป็นอันตรายต่อความร่วมมือและความเชื่อมั่นที่ยาวนานหลายทศวรรษ
CMAA ขอเรียกร้องให้มีการหยุดการใช้ระเบิดลูกปราย และการโจมตีดังกล่าวของไทยมีขึ้นในขณะที่กัมพูชาใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด และปฏิบัติตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ทั้งยังขอย้ำแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าการพูดคุย การเคารพซึ่งกันและกัน การปฏิเสธการใช้ความรุนแรงและการยั่วยุทางทหาร เท่านั้นที่จะทำให้เกิดความคืบหน้าในเรื่องการกำจัดทุ่นระเบิดและการสร้างสันติภาพในภูมิภาค CMAA ยังขอให้ประชาคมระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อาเซียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สุดท้าย CMAA ขอให้ไทยหยุดการใช้ความรุนแรงทั้งหมดทันทีและยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศผ่านการพูดคุยอย่างสันติ
ด้านมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชายังได้ออกมาอ้างเช่นกันว่าไทยได้ใช้ระเบิดลูกปรายในการโจมตีกัมพูชาทั้งในวันที่ 24 และ 25 กรกฎาคม ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ มาลียังได้ให้ข้อมูลว่ากองทัพไทยได้ทำการโจมตีพื้นที่ 7 ตำแหน่งในวันที่ 25 กรกฎาคม โดยใช้อาวุธหนัก ระเบิดลูกปราย และเครื่องบินรบ F-16 เพื่อทิ้งระเบิดใส่ดินแดนของกัมพูชา โดยอ้างว่านี่ถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม ส่งผลกระทบระยะยาวต่อพลเรือน สิ่งแวดล้อม และสันติภาพ ความมั่นคงในภูมิภาค

