หน้าแรก ต่างประเทศ มาริษ เผยผลปร...

มาริษ เผยผลประชุม UNSC ย้ำไม่มีการออกเอกสาร ให้ 2 ชาติ แก้ปัญหาด้วยการเจรจาโดยสันติ

26.07.25 | 13:36 น.

มาริษ เผยผลประชุม UNSC ย้ำไม่มีการออกเอกสาร ให้ 2 ชาติ แก้ปัญหาด้วยการเจรจาโดยสันติ

เมื่อเวลา11.20 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชาว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับจากการเข้าร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สหประชาชาติ ในช่วงการประชุมดังกล่าว ตนได้ใช้โอกาสนี้หารือกับผู้แทนระดับสูงจากยูเอ็นและผู้แทนของประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง จึงขอแถลงผลการเยือนให้ได้รับทราบ ประเด็นแรกเรื่องพัฒนาการชายแดนไทย-กัมพูชา ขอเรียนว่าตลอดเวลาที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่องค์การสหประชาชาติ ตนได้ติดตามสถานการณ์และการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งตนได้ยืนยันให้ทุกประเทศและผู้แทนระดับสูงของยูเอ็นได้รับทราบว่า “กัมพูชาเป็นผู้เริ่มก่อน” และได้แสดงความกังวลที่มีการโจมตีสถานที่ที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เช่น โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ ในหลายพื้นที่แสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจที่จะโจมตีพื้นที่ที่ไม่ทางทหาร เป็นพื้นที่พลเรือน และส่งผลให้พลเรือนไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะที่น่าเศร้าที่สุดคือทำให้เด็ก 8 ขวบต้องเสียชีวิต ตนได้ยืนยันและพูดเสมอว่าไม่มีประเทศไหนในโลกที่ยอมรับการกระทำแบบนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการใช้กับระเบิดและเรื่องการโจมตีเป้าหมายทางทหาร

กัมพูชายืนยันเสมอว่า เขาเป็นสมาชิกของประชาคมระหว่างประเทศ แต่กลับละเมิดหลักการและก็มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรง โดยเฉพาะ “การโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมาย” หมายถึงการพยายามโจมตีพื้นที่พลเรือน ขอย้ำว่าการกระทำเหล่านี้ไม่เพียงละเมิดอำนาจอธิปไตยของไทย แต่ยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรยูเอ็น และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และละเมิดศีลธรรมขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่ควรได้รับการประณามอย่างเต็มที่จากประชาคมระหว่างประเทศ และเราเองได้ประณามอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการรุกรานของกัมพูชาและการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เราได้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยการเรียกตัวเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญกลับ และขอให้เอกอัครราชทูตกัมพูชากลับประเทศด้วยเช่นกัน อีกทั้งเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ยุติการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและไม่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศโดยทันที ตนขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

นอกจากนี้เมื่อคำนึงถึงการวางทุ่นระเบิดใหม่ของกัมพูชาในดินแดนที่เป็นอธิปไตยของไทย ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงมีการพิสูจน์ทราบชัดเจนแล้ว และทำให้มีทหารไทย 2 รายบาดเจ็บสาหัสจากการสูญเสียขาถาวร ซึ่งตนเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้วในปัจจุบัน และขอชื่นชมความกล้าหาญของทหารทุกท่านที่เสียสละเพื่อชาติและรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย ที่ผ่านมาไทยได้ดำเนินมาตรการทุกอย่างด้วยความจริงใจและความสุจริตใจ ซึ่งเป็นไปตามกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขอย่างสันติและอย่างจริงใจ ที่จะแก้ปัญหาเขตแดนมาโดยตลอด แต่กัมพูชากลับเลือกที่จะละเมิดอำนาจอธิปไตยของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศจึงต้องไปชี้แจงกับประชาคมระหว่างประเทศด้วยตนเองและโดยเร็วที่สุด

ประเด็นที่ 2 การชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ตามที่เรียนว่าตนได้ร่วมการประชุมของยูเอ็นในกรอบการหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทที่สร้างสรรค์และประชาคมโลกให้ความสำคัญ ก็ถือโอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาต่อนานาประเทศ ในขณะเดียวกันตนได้กล่าวถ้อยแถลงในการเปิดอภิปรายแบบเปิดในที่ประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) และได้พบหารือกับผู้แทนระดับสูงของประทศและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ เช่น เลขาธิการยูเอ็น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานยูเอ็นเอสซี และหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงความพัมฒนาสังคมและความมั่นคงของปานามา ซึ่งจะเป็นประธานของยูเอ็นเอสซีต่อจากปากีสถานในวาระถัดไป พบกับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการประจำอนุสัญญาออตตาวา และผู้แทนของประธานาธิบดีรัสเซียในฐานะเป็นสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี ในการพบหารือกับบุคคลระดับสูงเหล่านี้ ตนได้ย้ำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนที่เกิดขึ้น และย้ำในทุกๆ เวทีว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของเราก่อน ย้ำท่าทีของไทยที่จะแก้ปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติและสุจริตใจผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และย้ำถึงการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง กรณีที่กัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในเขตที่เป็นอธิปไตยของไทยซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศทั้งหมด ละเมิดข้อตกลงทุกสิ่งทุกอย่างโดยฝ่ายกัมพูชา

Advertisement

ต่อกรณีที่กัมพูชายื่นหนังสือต่อถึงประธานยูเอ็นเอสซีนั้น เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยได้พบกับเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรปากีสถานซึ่งเป็นประธานของยูเอ็นเอสซี ได้ชี้แจงเรื่องเหตุการณ์ที่กัมพูชาใช้กำลังทหาร ซึ่งเขาเป็นฝ่ายริเริ่มก่อน ละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งได้มีหนังสือเวียนของไทยเป็นเอกสารของยูเอ็นเอสซี เพื่อให้สมาชิกยูเอ็นเอสซีได้รับทราบ เมื่อคืนตามเวลาไทยหรือเวลา 15.00 น.ตามเวลาที่นิวยอร์ก ยูเอ็นเอสซีได้จัดประชุมแบบปิดเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสมาชิกยูเอ็นเอสซี 15 ประเทศ รวมถึงไทยและกัมพูชาเข้าร่วมด้วย

ตนได้รับรายงานจากท่านทูตเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เมื่อเช้านี้ว่าในการประชุมนั้นทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา รวมทั้งประเทศสมาชิกยูเอ็นเอสซีได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมแห่งนี้ โดยสรุปไทยได้ย้ำจุดยืนว่ากัมพูชาได้เปิดฉากยิงประเทศไทยก่อน และที่สำคัญได้โจมตีสถานที่ที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหารอย่างต่อเนื่อง ลึกเข้ามาในเขตแดนไทยอย่างมาก เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการมนุษยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่มีการเผยแพร่ถ้อยแถลงฉบับเต็มให้สาธารณชนทราบ

นอกจากนี้ถ้อยแถลงของประเทศสมาชิกยูเอ็นเอสซีที่เข้าร่วม ไม่ได้มีการเน้นประเด็นใดเป็นพิเศษ แต่เป็นการกล่าวถึงหลักการกว้างๆไปในทิศทางเดียวกัน ขอให้ไทยและกัมพูชาใช้ความยับยั้งชั่งใจ ลดความตึงเครียด หยุดยิงและแก้ปัญหาโดยสันติวิธี รวมถึงการใช้ช่องทางการทูตและการเจรจาทวิภาคีบนพื้นฐานของหลักการในการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างกัน ได้สนับสนุนบทบาทของอาเซียน ในการหารือแก้ไขความขัดแย้งตามหลักการของกฎบัตรอาเซียน และย้ำว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เป็นข้อขัดแย้งระหว่างสองประเทศ ควรแก้ไขผ่านการเจรจาอย่างสันติและโดยความสุจริตใจ ทั้งนี้ตนขอย้ำว่าที่ประชุมยูเอ็นเอสซีเมื่อวาน ไม่ได้มีการออกเอกสารใดๆ

นายมาริษกล่าวถึงกรณีประธานอาเซียน ตนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย สำหรับบทบาทและข้อเสนอต่างๆ ขอเรียนว่าประเทศไทยเห็นด้วยในหลักการ แต่กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจอย่างชัดเจน ที่ผ่านมาตนย้ำชัดเจนกัมพูชาไม่ได้แสดงความจริงใจในการยุติปัญหานี้ โดยเฉพาะการโจมตีพื้นที่พลเรือน ที่ฝ่ายไทยยอมรับไม่ได้ ฉะนั้น กัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจและยุติการโจมตีประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ไทยให้ความสำคัญกับบทบาทของอาเซียนและได้หารือกับมาเลเซียในฐานะเป็นประธานอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว ตนได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลซียในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

กรณีข่าวปลอมเขาพระวิหาร ที่กัมพูชากล่าวหาว่ากองทัพไทยรุกรานและสร้างความเสียหายต่อตัวประสาทพระวิหาร ตนขอกล่าวว่าเป็นการกล่าวหาที่ไร้หลักฐานและไม่มีเป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง การปะทะระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อนบริเวณห้วยตามาเรียและภูมะเขือนั้น พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากเขาพระวิหาร 2 กม. ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกระสุนหรือสะเก็ดระเบิดที่มีวิถีจะไปไกลถึงเขาพระวิหาร โดยทั้งหมดนี้ฝ่ายไทยจะมีหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการเช่นกัน

ต่อการโจมตีเป้าหมายทางพลเรือน ตนได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือประท้วงและมีแถลงการณ์ประท้วง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยยอมรับไม่ได้ในการโจมตีเป้าหมายทางพลเรือน ประเทศไทยขอยืนยันเจตนารมณ์ในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศและพร้อมร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศในการธำรงสันติภาพและเสถียรภาพ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชายุติการรุกรานการกระทำที่เป็นการละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประทศและกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาสองฝ่ายอย่างจริงใจและสุจริตใจ