หน้าแรก ต่างประเทศ ตัดสินอดีตปธน...

ตัดสินอดีตปธน.โคลอมเบียจำคุก 12 ปี-ปรับอ่วม เซ่นคดีฉ้อโกง 

2.08.25 | 16:50 น.
AP

ตัดสินอดีต ปธน.โคลอมเบียจำคุก 12 ปี-ปรับอ่วม เซ่นคดีฉ้อโกง 

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายอัลบาโร อูรีเบ วัย 73 ปี อดีตประธานาธิบดีโคลอมเบีย ระหว่างปี 2002-2010 ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี โดยจะกักบริเวณที่บ้าน ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองและปรับจำนวน 578,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากคดีแทรกแซงพยานและฉ้อโกง ส่งผลให้เขากลายเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดทางอาญา

อย่างไรก็ดี อูรีเบยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และได้กล่าวต่อผู้พิพากษาที่กรุงโบโกตาว่าจะยื่นอุทธรณ์ พร้อมระบุว่าคดีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายเสียงสำหรับผู้ที่คัดค้านต่อประชาธิปไตย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็เคยถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายขวาเพื่อกำจัดกลุ่มกบฏฝ่ายซ้าย แต่ก็ได้ออกมาปฏิเสธ

โดยอดีตสมาชิกกลุ่มติดอาวุธฝ่ายขวา 2 คนที่ถูกจำคุกให้การว่า ดิเอโก คาเดนา อดีตทนายของอูรีเบ ได้เสนอเงินให้พวกเขาเพื่อให้การเป็นพยานสนับสนุน ทั้งนี้ เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและได้ให้การในฐานะพยานของอูรีเบ พร้อมกับอดีตสมาชิกกลุ่มติดอาวุธอีกหลายคน

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ประณามคำตัดสินของศาล พร้อมกล่าวว่าระบบตุลาการของโคลอมเบียถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และระบุบน X ว่า ความผิดเดียวของอูรีเบคือการต่อสู้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อปกป้องประเทศบ้านเกิด

Advertisement

กองกำลังติดอาวุธถูกก่อตั้งขึ้นในโคลอมเบียช่วงปี 1980-1989 โดยมีเป้าประสงค์เพื่อต่อสู้กับความยากจนและการถูกกีดกันทางสังคม และได้ต่อสู้กับกลุ่มกองโจรแนวคิดมาร์กซิสต์ ซึ่งดำเนินการต่อต้านรัฐมาต่อเนื่องกว่าสองทศวรรษก่อนหน้านั้น

กองกำลังติดอาวุธจำนวนมากมีรายได้จากการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะโคเคน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกองกำลังติดอาวุธแต่ละกลุ่มเองเพื่อแย่งชิงเส้นทางขนส่งยาเสพติด และกับรัฐบาลด้วย

ทางรัฐบาลสหรัฐชื่นชมอูรีเบในการแนวทางจัดการกองกำลังติดอาวุธปฏิวัติโคลอมเบีย กลุ่มกบฏฝ่ายซ้าย อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ดี ภายในประเทศเขาได้รับคำวิจารณ์ว่าไม่ได้ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน

เมื่อปี 2016 กองกำลังติดอาวุธปฏิวัติโคลอมเบียลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลโคลอมเบีย แต่ความรุนแรงจากกลุ่มนี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน