หน้าแรก ต่างประเทศ ยาจีนรุ่นใหม่...

ยาจีนรุ่นใหม่สร้างความหวังใหม่

5.08.25 | 12:45 น.

ยาจีนยุคใหม่หวังลบวลี “โรคร้ายรักษาไม่หาย” คือสัจธรรม นวัตกรรมยาจีน กำลังโหมแรง เป้าหมายคือการพิชิตสถานะโรคร้าย เช่นมะเร็งและโรคหัวใจไม่ให้เป็นโรคที่หมดหนทางรักษาอีกต่อไป

อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์มีแนวโน้มยืดยาวขึ้นอีกอย่างเห็นได้ชัด การผสมผสานระหว่างแพทย์แผนจีนกับตะวันตก และอุปกรณ์ล้ำสมัยอย่างปัญญาประดิษฐ์ ล้วนเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญของจีนในยุคปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์มนุษย์คือประวัติศาสตร์แห่งการพิชิตโรคร้าย และยังเป็นประวัติศาสตร์แห่งการยืดอายุขัยอย่างไม่หยุดยั้ง ในอดีตมนุษย์มีอายุเฉลี่ยสั้น หากผู้ใดมีอายุถึง 70 ปี นับว่าเป็น “ผู้เฒ่าน้อย” ที่หาได้ยาก

ศตวรรษ 1930 หากผู้ป่วยเป็นโรคปอดบวม ละม้ายกับการถูกพิพากษา “ประหารชีวิต” ต่อมาเมื่อมีการค้นพบ “ยาปฏิชีวนะ” เช่นเพนนิซิลิน โรคปอดบวมก็มิใช่โรคร้ายที่ไร้ทางรักษาอีกต่อไป

แม้โลกจะก้าวไกลเพียงใด แต่มนุษย์ยุคปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ใต้เงาของ “โรคร้าย”

Advertisement

มะเร็งและโรคหัวใจยังคงเป็นเพชฌฆาตใหญ่ที่ทำให้แพทย์ทั่วโลกต้องยอมจำนน

การรักษามะเร็งมีหลากหลายวิธีดุจดอกไม้พันธุ์ แต่ท้ายที่สุด ก็มักนั่งมองชีวิตค่อยๆ เลือนหายไป
มิอาจต้านทานการลุกลามของก้อนเนื้อร้าย พร้อมกับต้องเผชิญภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาอันสาหัส

ส่วนโรคหัวใจก็ราวกับศัตรูในมุมมืดของชีวิต ซ่อนตัวอย่างไร้สัญญาณ แล้วจู่โจมอย่างกะทันหัน พรากชีวิตคนไปในพริบตา บัดนี้ นวัตกรรมยาจีนกำลังโหมหนักในการบุกเบิก เข้มข้นและรวดเร็ว เผชิญหน้ากับมัจจุราช มีเป้าหมายทำให้มะเร็งและโรคหัวใจ “มิใช่โรคร้ายที่ไร้หนทางรักษาอีกต่อไป”

หากย้อนกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง การเกิดของเพนนิซิลินและยาปฏิชีวนะ ไม่เพียงช่วยชีวิตผู้ป่วยปอดบวม แต่ยังลบล้างเรื่องราวของ “นวนิยายรัก” อีกด้วย เพราะในวรรณกรรมคลาสสิก
จำนวนมาก “โรคปอดบวม” คือสัญลักษณ์แห่งความตาย รักอันแสนหวานและสะเทือนใจหลายเรื่อง ต้องจบลงด้วยความเศร้าโศก อันเนื่องจากตัวละครติดเชื้อในปอดแล้วเสียชีวิต ทิ้งความอาลัยไว้ในหน้าหนังสือ “ชวนฉาง” พระเอกในนิยาย ดอกไม้ร่วงของนางเอก “จางไอ้หลิง” ก็ตายด้วยวัณโรค อีกเรื่องคือ “หวางเหวินเสียน” พระเอกในนิยาย “คืนวันหนาว” เป็นบทประพันธ์ของ “ปาจิน” ก็ล้มตายด้วยโรคปอดเช่นกัน

แต่เมื่อถึงยุค 1950 ยาปฏิชีวนะถือกำเนิดขึ้น ช่วยชีวิตตัวละครเอกไว้ได้ และยังช่วยชีวิต “ความรัก” เอาไว้ด้วย ณ วันนี้ นวัตกรรมยาของจีน กำลังก้าวขึ้นมาด้วยบทบาทเดียวกัน หวังจะเปลี่ยนเส้นทางแห่งชะตากรรมของมนุษย์ เมื่อโรคร้ายมิใช่โรคร้ายอีกต่อไป ก็ย่อมต้องเขียนประวัติศาสตร์มนุษย์บทใหม่ และเปลี่ยนโครงเรื่องของ “นวนิยาย” ไปด้วย

นวัตกรรมของยาจีนคือความได้เปรียบเฉพาะทางบนเวทีโลก ความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติของยาจีน มิได้มีเพียงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ “เส้นทางเฉพาะ” ของการผสมผสานระหว่างแพทย์แผนจีนและแพทย์ตะวันตก ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวทางที่ไม่มีชาติใดเลียนแบบได้ และกลายเป็น “เอกลักษณ์เฉพาะของจีน” บนเวทีโลก

เช่นยารักษาโรคหัวใจที่ช่วยเสริมกำลังกล้ามเนื้อหัวใจ ก็พัฒนามาจากสมุนไพรจีนดั้งเดิม ซึ่งผ่านกระบวนการสกัดและผสมเป็นสูตรยาร่วมสมัย สะท้อนถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เช่นเดียวกับ “ถู โยวโยว” นักวิทยาศาสตร์จีนผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ก็เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากคัมภีร์แพทย์จีน

เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคพื้นฐานทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยที่เฝ้ารอนวัตกรรมยาจีน จึงไม่ต่างไปจากการรอเมฆฝนของแผ่นดินที่แห้งแล้ง ส่งผลให้ตลาดยาจีนมีขนาดใหญ่ขึ้น

นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับกล่าวว่า ผู้ป่วยร้ายแรงหากสามารถประคองชีวิตให้อยู่อีกสามปี ก็อาจมีชีวิตยาวขึ้นอีกสามสิบปี นี่คือการแข่งขันกับเวลาบนถนนสายใหม่ที่มุ่งหน้าสู่จุดเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษย์

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช