หน้าแรก ต่างประเทศ มทภ.2 โต้ พล....

มทภ.2 โต้ พล.ท.มาลี ลั่น ไทยยึดช่องอานม้า ก่อนมีมติหยุดยิง ชี้ บ้านกัมพูชา สร้างละเมิด MOU 43

4.08.25 | 15:19 น.

“มทภ.2” โต้ “พล.ท.มาลี” ทหารไทยยึดช่องอานม้า ก่อนมีมติหยุดยิง ห้ามคนกัมพูชา เข้ามาอาศัยบ้าน-ตลาด สร้างละเมิด MOU 43

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณี พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงการณ์อ้างทหาร ไทยพร้อมอาวุธละเมิดข้อตกลงจุดยิงด้วยการบุก ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานีว่า เรายึดช่องอานม้าได้ ก่อนมีมติหยุดยิง เพราะฉะนั้นเป็นพื้นที่ที่เราต้องควบคุมไว้อยู่แล้ว และเป็นเส้นเขตแดนของประเทศไทย กำลังทหารก็ต้องอยู่บริเวณนั้น

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทางกัมพูชา ได้ละเมิด MOU43 ด้วยการ สร้างบ้านเรือนและตลาดและรุกล้ำเข้าอธิปไตยไทยช่องอานม้าจำนวน 70-80 หลังคาเรือน พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ใช่ กัมพูชาละเมิด MOU43 ด้วยการสร้างอนุสาวรีย์ตาอม สร้างชุมชนและตลาด ซึ่งปัจจุบันนี้ เราห้าม เพราะการดำเนินการดังกล่าว ผิดข้อตกลงมานานแล้ว จะไม่ให้มีคนเข้ามาอยู่ในตลาดและบ้านเรือนบริเวณนั้นอีกแล้ว

โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชา รายงานว่า พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม กองทัพไทยพร้อมด้วยอาวุธหนัก รวมถึงรถแบคโฮ ได้เข้าสู่พื้นที่อานเซะ (จังหวัดพระวิหาร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานีของไทย) และพื้นที่อื่นๆ ภายในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ทั้งยังได้วางลวดหนาม แม้กองทัพกัมพูชาจะคัดค้านอย่างแข็งขันแล้วก็ตาม

“การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง และเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ รวมถึงภูมิภาคโดยรวม” พลโทมาลีกล่าว

Advertisement

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพันธมิตรที่ทำงานอย่างเหนื่อยยากเพื่อช่วยให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ได้มาอย่างยากลำบาก และต้องการเห็นการเคารพข้อตกลงดังกล่าว ด้วยการนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพเต็มรูปแบบ กดดันรัฐบาลไทยยุติการกระทำที่เป็นปฏิบักษ์ทันที และให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคารพต่ออำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตามที่ได้รับการสอบถามจากสื่อมวลชน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชากรณีช่องอานม้านั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากกองทัพบก ดังนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวว่า ฝ่ายไทยได้ส่งกำลังติดอาวุธพร้อมยุทโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่ “อานเซะ” ซึ่งเป็นดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ภายหลังจากข้อตกลงหยุดยิงได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว และยังได้ทำการลาดตระเวนและรุกล้ำพื้นที่อย่างชัดแจ้งนั้น

ขอเรียนว่า พื้นที่ดังกล่าวคือบริเวณพื้นที่ช่องอานม้า ในส่วนที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย แต่ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาเป็นคนรุกล้ำดินแดนภายใต้อธิปไตยไทย โดยฝ่ายไทยได้เคยประท้วงไปหลายครั้งแล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมแก้ไข แต่ผลจากการปฎิบัติการของฝ่ายไทยในครั้งนี้สามารถยึดควบคุมพื้นที่ได้ จึงได้ทำการเสริมความมั่นคงและจัดระเบียบใหม่ โดยการเก็บกู้ และใช้เครื่องจักรเคลียร์ทุ่นระเบิดที่กัมพูชาอาจแอบวางไว้ ตกค้างอยู่ในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อจะได้นำกำลังไปวางควบคุมพื้นที่ในการปกป้องอธิปไตยตามแนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย