หน้าแรก ต่างประเทศ โฆษกรบ.เขมรอ้...

โฆษกรบ.เขมรอ้าง ไทยบิดเบือนความจริงไม่ได้ โวนานาชาติเข้าข้างกัมพูชา

6.08.25 | 12:35 น.
ภาพจาก www.freshnewsasia.com

โฆษก รบ.เขมรอ้าง ไทยบิดเบือนความจริงไม่ได้ โวนานาชาติเข้าข้างกัมพูชา

นายเพ็ญ โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหน่วยโฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดของการหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ว่า ขณะนี้ประชาคมโลกมองเห็นความพยายามของไทยในการบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันอย่างชัดเจน

นายเพ็ญเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเข้มแข็งและแสดงความสามัคคีภายในชาติ เพื่อสนับสนุนกองทัพและผู้นำรัฐบาล ที่เขายกย่องชื่นชมว่าถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งแดนของชาติ

โฆษกรัฐบาลกัมพูชายังได้วิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนไทยที่ยังคงเผยแพร่ข้อกล่าวหาเท็จอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นผู้รุกราน และอ้างว่ากองทัพกัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อนในช่วงที่มีความตกลงหยุดยิง แต่ประชาชนกัมพูชาและประชาคมระหว่างประเทศต่างเห็นได้อย่างชัดเจนว่า  ไทยเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งรัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ประเทศมาเลเซีย

นายเพ็ญย้ำว่า กัมพูชาได้รับความเดือดร้อนและทุกข์ทรมานจากสงครามและความขัดแย้งมามากพอแล้ว และได้เลือกเส้นทางสันติภาพ ภายใต้นโยบาย “Win-Win” ที่สมเด็จฯฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มไว้ กัมพูชาได้มีช่วงเวลาแห่งเสถียรภาพและการพัฒนามาเกือบสิบปี

Advertisement

“กัมพูชาเคยยั่วยุให้เกิดสงครามหรือบุกรุกดินแดนประเทศอื่นเมื่อใด เราไม่ใช่ฝ่ายที่เริ่มก่อน ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นการบิดเบือนความจริงเพื่อโยนความผิด” นายเพ็ญกล่าว และว่า ประชาชนชาวกัมพูชาทั้งในประเทศและต่างประเทศยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทย และมองว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นการยั่วยุที่ไม่เป็นธรรม

“โลกเห็นความจริงแล้ว ประเทศไทยไม่สามารถพูดอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการอีกต่อไป ขอให้เรายังคงยืนหยัดเคียงข้างกองทัพที่กล้าหาญของเรา และยืนหยัดอยู่กับผู้นำที่ชาญฉลาดและมากประสบการณ์ของเรา ซึ่งยุทธศาสตร์ของพวกท่านนำมาซึ่งการรักษาสันติภาพและอธิปไตย” นายเพ็ญระบุ

โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวสรุปว่า ความสามัคคีของกัมพูชาคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งช่วยให้กัมพูชาไม่เพียงแต่เอาชนะได้ในสนามรบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอาชนะในทางการทูต กฎหมาย และความมุ่งมั่นทางการเมืองอีกด้วย