หน้าแรก ต่างประเทศ พิษภาษีทรัมป์...

พิษภาษีทรัมป์! ผู้เลี้ยงกุ้งอินโด หันหาตลาดจีน ลดพึ่งพามะกัน

7.08.25 | 17:21 น.
ภาพรอยเตอร์

พิษภาษีทรัมป์! ผู้เลี้ยงกุ้งอินโด หันหาตลาดจีน ลดพึ่งพามะกัน

แม้อินโดนีเซียจะเผชิญอัตราภาษีต่างตอบแทนจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ อยู่ที่ 19% ลดลงจากเดิมที่ขู่เรียกเก็บสูงถึง 32% หลังจากมีการเจรจาต่อรองกันแล้วก็ตาม ทว่ากำแพงภาษีสหรัฐยังเป็นอุปสรรคให้สินค้าอินโดนีเซียประสบปัญหาเดียวกับหลายชาติในเรื่องความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐเมื่อเทียบกับสินค้าจากชาติอื่นที่เผชิญอัตราภาษีต่ำกว่า จนทำให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการอินโดนีเซียต้องมองหาตลาดใหม่ทดแทนเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐ

รอยเตอร์

อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งเพื่อการส่งออกของอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในนั้น นายบูธิ โวโบโว หัวหน้าสมาคมภาคธุรกิจอาหารทะเลของอินโดนีเซียระบุว่า ก่อนหน้านี้ที่อินโดนีเซียเลือกส่งออกกุ้งไปตลาดสหรัฐ เนื่องจากได้ราคาดีกว่า แต่หลังจากภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐมีผลบังคับใช้ จะทำให้ภาคส่งออกกุ้งของอินโดนีเซียเสียเปรียบกุ้งเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ของโลกที่เจอกำแพงภาษีสหรัฐต่ำกว่าที่ 15% ทำให้ตอนนี้อินโดนีเซียกำลังมองหาตลาดอื่นทดแทน หนึ่งในนั้นคือ จีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ากุ้งรายใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของปริมาณ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลของอินโดนีเซียกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้าของตนเองกับผู้ซื้อในตลาดจีน นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังจะหาตลาดส่งออกที่หลากหลายทั้งในตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และ สหภาพยุโรปด้วยเช่นกัน

ด้าน เดนนี ลีโอนาร์โด เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบนเกาะชวา กล่าวว่า ด้วยการของสหรัฐต่อการส่งออกของอินโดนีเซีย ทำให้ทุกคนต่างมองหาโอกาสใหม่ เพื่อสร้างความหลากหลายและลดการพึ่งพาสหรัฐลง โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายนี้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่าธุรกิจของเขาจะสามารถฝ่าพายุภาษีสหรัฐไปได้ เพราะในตลาดยังคงมีอุปสงค์และอุปทาน แต่อาจไม่ขยายตัวได้รวดเร็วอย่างที่เขาเคยหวังไว้

ทั้งนี้สหรัฐเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของกุ้งอินโดนีเซีย โดยซื้อกุ้งจากอินโดนีเซียคิดเป็น 60% ของมูลค่าการส่งออกกุ้งของอินโดนีเซียในปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่า 1,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement