เฮติประกาศเคอร์ฟิวยาว 3 เดือน หลังความรุนแรงแก๊งอาชญากรพุ่ง
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม รัฐบาลเฮติ ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลานาน 3 เดือน หลังจากที่ความรุนแรงจากกลุ่มอาชญากร (gang violence) พุ่งสูงขึ้น โดยได้มีสมาชิกกลุ่มอาชญากรสังหารชาวไร่ ตลอดจนสร้างแรงกดดันบีบบังคับให้ต้องออกจากพื้นที่เพาะปลูก ไปพร้อมกับโจมตีชุมชนใกล้เคียง
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2024 จนถึงเดือนมิถุนายน 2025 มีประชาชนมากกว่า 1,000 รายที่ถูกสังหารเสียชีวิต ทั้งยังมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 200 คน และ 620 คนถูกลักพาตัว
ปัญหาความรุนแรงจากกลุ่มอาชญากรส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 239,000 คนต้องพลัดถิ่น และเพื่อหนีจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น มีคนจำนวนมากยอมว่ายน้ำข้ามแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุด ทางรัฐบาลได้แต่งตั้งให้นายอ็องเดร โจนาส วลาดิเมียร์ ปาแรซง (André Jonas Vladimir Paraison) ซึ่งกำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเคนยาที่เป็นผู้นำภารกิจยุติความรุนแรงจากกลุ่มอาชญากรภายใต้การสนับสนุนจากสหประชาชาติ แทนที่นอร์มิล ราเมอู (Normil Rameau) ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าล้มเหลวในการควบคุมความรุนแรงที่ก่อโดยกลุ่มอาชญากรที่สามารถครองพื้นที่ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ได้มากถึง 90% ทั้งนี้ ราเมอูกล่าวว่า อุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการขาดแคลนงบประมาณ
ปาแรซงเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของทำเนียบประธานาธิบดีเฮติ และมีประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจในช่วงที่อดีตประธานาธิบดีโชเวเนล โมอีส (Jovenel Moïse) ถูกลอบสังหารภายในบ้านพักส่วนตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021

