หน้าแรก ต่างประเทศ โนเบลต้องเข้า...

โนเบลต้องเข้า! ทรัมป์ชมผู้นำไทย-กัมพูชา หยุดยิงไว ทำเนียบขาวชู ปธน.แห่งสันติภาพ

11.08.25 | 08:45 น.
AP

โนเบลต้องเข้า! ทรัมป์ชมผู้นำไทย-กัมพูชา หยุดยิงไว ทำเนียบขาวชู ปธน.แห่งสันติภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ทำเนียบขาว โดยมีสหรัฐเป็นผู้ประสานงานให้เกิดขึ้นได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างกาแถลงข่าวตอนหนึ่งว่า ในฐานะประธานาธิบดี ความปรารถนาสูงสุดของผมคือการนำสันติภาพและเสถียภาพมาสู่โลก การลงนามข้อตกลงสันติภาพในวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จของข้อตกลงระหว่างอินเดียและปากีสถาน ซึ่งผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาทั้งสองชาติตกลงกันเพื่อยุติความเป็นไปได้ของความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่น่ากลัวในเอเชีย รวมถึงในคองโกและรวันดาที่ขัดแย้งกันมาถึง 31 ปี ขณะที่ความขัดแย้งของพวกคุณนานกว่าเขาที่ 35 ปี ซึ่งเราทำให้ทุกอย่างจบลง ผู้คนดีใจมาก เพราะมันเป็นเรื่องยากและร้ายแรงมาก เท่าที่มีข้อมูลมีผู้คนที่ต้องเสียชีวิตไปจากเหตุการณ์นี้มากถึง 7 ล้านคน

เมื่อเร็วๆ นี้เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตตามแนวชายแดนแล้ว 2,000 ราย แต่มันเพิ่งเริ่มขึ้น และผมได้คุยกับผู้นำประเทศหนึ่งเกี่ยวกับการค้าว่า ผมจะไม่ลงนามข้อตกลงการค้ากับประเทศของคุณ หากพวกคุณยังคงสู้รบกันต่อไป และก็ได้คุยกับผู้นำอีกประเทศหนึ่งตามมา ด้วยความเป็นผู้นำที่น่าชื่นชมของพวกเขา ไทยและกัมพูชา ก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่าไม่กี่วัน เรายุติสงครามลงได้ พวกเขามีการปะทะกันเป็นครั้งคราวมาก่อนหน้านี้ เหมือนที่พวกคุณก็มีสงครามระหว่างกันแบบยาวนาน ซึ่งเราต้องยุติมัน

ผมพบว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นผู้นำที่น่าชื่นชม เพราะถ้าเขาไม่ยอม ผมบอกพวกคุณตรงๆ เลยว่า ผมจะเรียกพวกเขาว่าเป็นผู้นำที่ห่วยและไม่มีประสิทธิภาพ แต่พวกเขาเห็นด้วย ดังนั้น ไทยและกัมพูชา เซอร์เบียและโคโซโว พวกเราต่างยุติมันลง และเริ่มต้นใหม่ เพราะเราไม่ชอบสงครามเลย แต่เราต้องการรักษาชีวิตของผู้คน

ขณะที่ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขาว่า สองประเทศนี้ทำสงครามกันมานานหลายปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ผู้นำหลายคนพยายามยุติสงคราม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งบัดนี้ ต้องขอบคุณ “ทรัมป์”

Advertisement

ประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน และนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินยาน ของอาร์เมเนีย กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งยังยกย่องทรัมป์ที่ช่วยยุติความขัดแย้ง และกล่าวว่าพวกเขาจะเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพสำหรับความพยายามของเขา

ขณะที่ทำเนียบขาวได้รายงานการลงนามสันติภาพดังกล่าว พร้อมกับระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์คือประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ ในฐานะประธานาธิบดี ทรัมป์ได้เป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่าง อาเซอร์ไบจานกับอาร์เมเนีย, กัมพูชากับไทย, อิสราเอลกับอิหร่าน, รวันดากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, อินเดียกับปากีสถาน, อียิปต์กับเอธิโอเปีย และเซอร์เบียกับโคโซโว

ทำเนียบขาวยังระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งที่ยาวนานในอดีตไปสู่อนาคตที่ร่วมกันสร้างสันติภาพ ความรุ่งเรือง และความสำเร็จได้

ทรัมป์พยายามวางภาพลักษณ์ของตนเองให้เป็นผู้สร้างสันติภาพในโลกในช่วงไม่กี่เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา แม้ว่าทรัมป์จะยังไม่สามารถยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ดำเนินมานาน 3 ปีครึ่ง หรือความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซาได้ โดยทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาจะพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่อลาสกาในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน

ข้อตกลงสันติภาพระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานได้กำหนด “เส้นทางทรัมป์เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองระหว่างประเทศ” ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งหลายรูปแบบความยาวกว่า 32 กิโลเมตร ผ่านเทือกเขาคอเคซัสใต้ที่เชื่อมระหว่างสองประเทศ โดยสหรัฐอเมริกาจะมีสิทธิในการพัฒนาเส้นทางนี้แต่เพียงผู้เดียวในเส้นทางนี้