หน้าแรก ต่างประเทศ สิ้น โกห์ เฉิ...

สิ้น โกห์ เฉิง เหลียง มหาเศรษฐีอันดับ 2 สิงคโปร์ ราชาสี แห่ง Nippon Paint เสียชีวิตในวัย 98 ปี

12.08.25 | 16:30 น.
ภาพจาก forbes

สิ้น โกห์ เฉิง เหลียง มหาเศรษฐีอันดับ 2 สิงคโปร์ ราชาสี แห่ง Nippon Paint

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม บิสซิเนส ไทม์ส รายงานว่า นายโกห์ เฉิง เหลียง มหาเศรษฐีและนักสังคมสงเคราะห์ ผู้ก่อตั้ง Wuthelam Group เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้า สิริอายุ 98 ปี

แถลงการณ์ในนามของครอบครัวระบุว่า โกห์เสียชีวิตอย่างสงบในเช้าวันอังคาร โดยมีสมาชิกในครอบครัวอยู่เคียงข้าง เขามีลูก 3 คนได้แก่ ฮัป จิน, เฉิน จิน และเจียต จิน หลาน 8 คน และเหลน 1 คน ฮัป จิน เป็นประธานของบริษัท Nippon Paint Holdings และดำรงตำแหน่งบุคคลสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ Wuthelam Group

โกห์เฉิงเหลียง เป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้สร้างบริษัทให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทระดับโลก รวมถึง นิปปอน เพนต์

บริษัทของเขา ถือหุ้นเกือบ 60% ในบริษัทสียักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงมูลค่า 1.29 ล้านล้านเยน ในปี 2563 ซึ่งได้เสริมสร้างความร่วมมืออันยาวนานของพวกเขาให้แข็งแกร่ง ด้วยการเปิดโอกาสให้บริษัทเขาสามารถซื้อกิจการร่วมค้าในประเทศต่างๆ รวมถึง สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน และ เกาหลีใต้

Advertisement

โกห์เฉิงเหลียง เกิดในปี พ.ศ.2471 ที่สิงคโปร์ มีชีวิตช่วงต้นที่ลำบากในช่วงที่สิงคโปร์ยังไม่ได้รับเอกราช เขาอาศัยอยู่ในห้องเช่าบนถนนริเวอร์แวลลีย์ กับพ่อแม่ พี่สาว 3 คน และ น้องชาย 1 คน จนอายุ 12 ปี

เขาได้ไปอาศัยอยู่ที่เมืองมัวร์ มาเลเซีย ช่วยพี่เขยขายอวนจับปลาในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะเดินทางกลับสิงคโปร์ในปี พ.ศ.2486

ในปี พ.ศ.2492 หลังจากซื้อสีทางบ้านของกองทัพอังกฤษที่ถูกทิ้งแล้วจำนวนหลายถังจากการประมูลส่วนเกิน และ ผสมตัวทำละลายและเม็ดสีเข้าด้วยกัน เป็นชุดชั่วคราว โกห์ ได้เปิดตัวสายการผลิตสีที่ผลิตในประเทศ ภายใต้ชื่อแบรนด์ พิเจียน ( Pigeon ) จากนั้น ปี พ.ศ.2498 เขาก็ก่อสร้างโรงงานผลิตสีแห่งแรกในสิงคโปร์

เขาค่อยๆขยายธุรกิจไปสู่การเป็นหุ้นส่วนกับ นิปปอนเพนต์ ผู้ผลิตสีรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ในปี พ.ศ.2505 บริษัทได้กลายเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักเมืองของนิปปอนเพนต์ และเน้นไปที่อุตสาหกรรมสี และ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ภาพจาก National Cancer Centre Singapore

โกห์ ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนและติดอยู่ในรายชื่อมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของสิงคโปร์ จากนิตยสารฟอร์บส์มาหลายปี ในปี พ.ศ. 2567 มหาเศรษฐีรายนี้ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับสองของสิงคโปร์

ด้านการกุศลของโกห์ เฉิง เหลียง นั้น เมื่อปี พ.ศ.2538 เขาก่อสร้างมูลนิธิโกห์ขึ้น เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานของเขา ให้เป็นระบบมากขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากอดีตประธาน วี คิม วี

เขาได้บริจาคเงินผ่านมูลนิธิโกห์ในโครงการต่างๆ เช่น การจัดตั้งศูนย์มะเร็งแห่งชาติในสิงคโปร์ และการขยายศูนย์ให้ครอบคลุมถึงศูนย์บำบัดด้วยโปรตอน โกห์ เฉิง เหลียง ซึ่งให้บริการผู้ป่วยด้วยรังสีโปรตอน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบขั้นสูง

ภาพจาก nationalcancercentresg

ในฐานะผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง โกห์มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าเงินบริจาคของมูลนิธิจะช่วยให้เกิดการวิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญ เพื่อพัฒนาผลลัพธ์การรักษาโรคมะเร็ง มูลนิธิของเขายังมอบทุนสนับสนุนจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็งในเด็กที่โรงพยาบาลสตรีและเด็กเคเค มูลนิธิวีว่า และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติ

ทั้งยังสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการรักษาโรคข้อและภูมิคุ้มกันวิทยาให้ดีขึ้น ผ่านโครงการ ARiSE ที่โรงพยาบาลสิงคโปร์เจเนอรัลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564

มูลนิธิโกห์ยังได้สนับสนุนการพัฒนาโครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและแบบประคับประคองร่วมกับศูนย์มะเร็งแห่งชาติ เขายังได้ขยายงานการกุศลไปยังประเทศจีน สนับสนุนเงินทุนในการก่อสร้างถนน ระบบน้ำสะอาด ระบบสุขาภิบาล และโรงเรียนหลายแห่งในหมู่บ้านต้าอู่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านบรรพบุรุษของเขาในแต้จิ๋ว โครงการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน