หน้าแรก ต่างประเทศ ยูเอ็นเผย หน่...

ยูเอ็นเผย หน่วยงานความมั่นคงเมียนมา ทรมานผู้คนอย่างเป็นระบบ ชอร์ตไฟฟ้า-ทุบตี

12.08.25 | 16:32 น.
FILE PHOTO REUTERS

ยูเอ็นเผย หน่วยงานความมั่นคงเมียนมา ทรมานผู้คนอย่างเป็นระบบ ชอร์ตไฟฟ้า-ทุบตี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รายงานของกลไกสอบสวนอิสระเพื่อเมียนมา (IIMM) ซึ่งเป็นหน่วยงานสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พบหลักฐานที่ชี้ว่าหน่วยงานความมั่นคงของเมียนมามีการทรมานผู้คนอย่างเป็นระบบ ซึ่งบางครั้งส่งผลให้เกิดการเสียชีวิต

ประเทศเมียนมาตกอยู่ภายใต้ความปั่นป่วนอย่างหนักนับตั้งแต่ที่กองทัพเมียนมา นำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ได้เข้ายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี ในปี 2021 จนก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง ประชาชนหลายหมื่นคนถูกทางการเมียนมาจับกุมเพื่อพยายามปิดปากผู้เห็นต่างและเสริมกำลังพล

รายงานความยาว 16 หน้าของ IIMM ได้ติดตามสถานการณ์ในเมียนมาเป็นเวลา 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน และรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวกว่า 1,300 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เอกสาร และภาพถ่ายต่างๆ รายงานดังกล่าวระบุว่า เหยื่อหลายคนถูกทุบตี ชอร์ตด้วยไฟฟ้า ถูกรัดคอ และถูกทรมานในรูปแบบอื่นๆ อาทิ ถูกใช้คีมดึงเล็บออก

นิโคลัส คูมเจียน หัวหน้า IIMM กล่าวว่า “เราพบหลักฐานสำคัญ ทั้งจากคำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พบการทรมานอย่างเป็นระบบในศูนย์กักกันของเมียนมา” และการทรมานดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเสียชีวิต และมีเด็กที่มักถูกจับกุมอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายถูกทรมานแทนพ่อแม่ของเด็กที่หายตัวไป

Advertisement

อย่างไรก็ตาม โฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมาไม่ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว และไม่ยอมให้ข้อมูลแก่ทีมงานของยูเอ็นเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมดังกล่าว รวมถึงปฏิเสธคำขอเข้าประเทศ ขณะที่กองทัพเมียนมากล่าวว่า พวกเขามีหน้าที่เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงในประเทศ พร้อมกับปฏิเสธว่าการทรมานดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นแต่อ้างว่า “ผู้ก่อการร้าย” ในเมียนมาเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความไม่สงบ

รายงานของยูเอ็นพบว่า ผู้กระทำความผิดมีตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการระดับสูง แต่ IIMM ไม่ได้เปิดเผยชื่อเพราะการสอบสวนเรื่องดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปและป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิดไหวตัวได้ทัน รายงานดังกล่าวบอกว่าทั้งหน่วยงานความมั่นคงเมียนมาและกองกำลังฝ่ายต่อต้านในเมียนมามีการ “ประหารชีวิตโดยไม่มีการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม”