กต.ประท้วงเขมรไม่จริงใจ หลังทหารไทยเหยียบบึ้มอีก มทภ.2 ฮึ่มตอบโต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง ส.อ.ธีรพล เพียขันที ทหารพราน ร้อย.ทพ.2610 อายุ48ปี ทำการลาดตระเวนบริเวณฐานจุ๊บตาโมก ฝั่งตะวันตกของปราสาทตาเมือนธม อยู่ในแนวรั้วลวดหนามฝั่งประเทศไทยได้เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บขาซ้ายขาด เมื่อ09.10 น. วันที่ 12 สิงหาคม ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล
พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า สันนิษฐานว่าเขมรลักลอบมาวางกับระเบิดช่วงที่ถอนกำลังทหารออกไป วันเดียวกันนี้ทหารไปตรวจสอบแนววางลวดหนาม บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตแดนไทยเป็นเส้นทางที่ใช้ลาดตระเวนประจำอยู่ในฝั่งไทยอยู่แล้ว ถือเป็นการยั่วยุ ผิดเงื่อนไขการหยุดยิง เพราะการวางทุ่นระเบิดถือเป็นการยิงเหมือนกัน
“เราจะมีมาตรการตอบโต้ และได้รายงานให้รัฐบาลรับทราบตามขั้นตอนแล้ว หลังจากนี้จะนำไปสู่ขั้นตอนการประท้วงในระดับสากล โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้ขอข้อมูลเร่งด่วนเพื่อทำการประท้วงฝ่ายเขมรต่อไป แม้จะมีการประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ครั้งต่อไป ไทยจะนำเรื่องทุ่นระเบิดนี้ไปหารือ แต่เชื่อว่ากัมพูชาคงไม่ยอมรับเหมือนที่เขาพูดในที่ประชุม GBC ที่เขาไม่พูดถึง” พล.ท.บุญสิน กล่าว
เมื่อถามว่า กัมพูชาไม่ยอมร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิด หากทหารไทยเหยียบระเบิดอีกจะทำอย่างไร พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ถ้าเหตุการณ์สงบต้องให้ศูนย์เก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เข้ามาเก็บกู้ แต่ถ้าไม่สงบก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องตอบโต้ด้วยกำลัง
เมื่อถามอีกว่า เราได้เจรจาหยุดยิงไปแล้วมีผลอะไรหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องหน้างาน การเจรจาก็เจรจาไป เรามีสิทธิ์ปกป้อง และคุ้มครองกำลังพลของเราเช่นกัน
“ทางเราจะมีการปรับแผนในการลาดตระเวน เพื่อให้กำลังพลจะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับทุ่นระเบิดที่ทางเขมรได้วางไว้ เพิ่มการใช้กล้องวงจรปิด และใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าเคลียร์เส้นทางลาดตระเวนแทนการใช้บุคคลในการควบคุมแต่ละพื้นที่ เป็นการป้องกันกำลังพล นอกจากนี้จะเพิ่มการเฝ้าตรวจในระยะไกลขึ้นมาอีกสเต็ป” พล.ท.บุญสิน กล่าว
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์แถลงการณ์ เรื่องการประท้วงต่อเหตุการณ์ครั้งที่ 4 ในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
1.ตามที่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 2610 รวม 7 นาย ซึ่งทำการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องจุบตะโมก จ.สุรินทร์ ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลนั้น รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากพฤติการณ์ที่ไม่สุจริตใจของฝ่ายกัมพูชา การกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
2.เหตุการณ์ในครั้งนี้ และเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม สะท้อนความไม่จริงใจของกัมพูชา และเป็นการขัดต่อมาตรการหยุดยิงที่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ไทยจึงขอเรียกร้องกัมพูชายุติการกระทำที่ละเมิดอนุสัญญาฯ โดยทันที
3.ไทยจะประท้วงไปยังกัมพูชา และประธานอนุสัญญาฯ รวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด พิจารณาทบทวนการให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ไทยจะพิจารณาดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อตอบโต้กัมพูชาตามที่เห็นเหมาะสมต่อไป
4.ไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ และผิดหวังอย่างยิ่งที่กัมพูชา ซึ่งเคยผ่านเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และแสดงตนเป็นผู้ยึดมั่นในพันธกรณีตามอนุสัญญาฯ กลับใช้ทุ่นระเบิดเพื่อสังหารมนุษย์ด้วยกันอย่างไร้มนุษยธรรม
และขอเรียกร้องให้ประชาคมอาเซียนซึ่งทำงานบนพื้นฐานของกฎกติกาสากล เรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างจริงจัง และให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวของอาเซียนที่จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุม GBC สมัยวิสามัญ ข้างต้น พิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนระหว่างการลงพื้นที่ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองประเทศ

