สื่อเขมร อ้างข่าวกรอง บอกไทยปลอมตัวเป็นทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดเอง จัดฉากให้สมาชิกออตตาวาดู
สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชา รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเชื่อถือได้ในหน่วยงานข่าวกรองไทยว่า นายทหารระดับสูงของกองทัพไทยกำลังวางแผนปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งกับกัมพูชา เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานดินแดนกัมพูชาอีกครั้ง
แหล่งข่าวของเฟรชนิวส์ระบุว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการอีกหลายนาย มีกำหนดประชุมในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อสร้างเรื่องกล่าวหากัมพูชาว่าวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน ทั้งที่จริงแล้วทุ่นระเบิดดังกล่าวถูกวางโดยกองกำลังไทยเอง
แหล่งข่าวรายเดียวกันนี้เปิดเผยอีกว่า ในปฏิบัติการนี้ ผู้เชี่ยวชาญเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกองทัพไทย กำลังเตรียมที่จะเก็บกู้วัตถุระเบิดเก่าที่ยังไม่ระเบิดจากดินแดนกัมพูชา และนำกลับไปฝังซ้ำในดินแดนไทย จากนั้นทหารไทย ที่ปลอมตัวเป็นทหารกัมพูชา โดยสวมเครื่องแบบทหารกัมพูชา ซึ่งมีรายงานว่าได้ซื้อจากตลาดโรงเกลือ จะจัดฉากเหตุการณ์เพื่อใส่ร้ายว่าทหารกัมพูชาเป็นผู้ก่อเหตุ กลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อกล่าวหาทหารกัมพูชานี้ยังรวมถึงการใช้หนังสติ๊กโจมตี การนำเครื่องแบบกัมพูชามาสวมให้ผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตฝ่ายไทยเพื่อให้ดูเหมือนเป็นชาวกัมพูชา และการใช้กลลวงอื่นๆ เพื่อโยนความผิดให้กัมพูชา
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เมื่อจัดฉากวางทุ่นระเบิดเสร็จสิ้น กองทัพไทยมีแผนจะจุดชนวนกับระเบิดทุกวัน เพื่อสร้างภาพว่ามีการวางทุ่นระเบิดใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความน่าเชื่อถือของข้อกล่าวหา ไทยยังมีแผนจะเชิญผู้สังเกตการณ์นานาชาติ โดยเฉพาะจากประเทศสมาชิกอนุสัญญาออตตาวา เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ และนำเสนอเป็นหลักฐานว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ
รายงานยังระบุว่า กองทัพไทยกำลังรอดูผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (RBC) ที่จะมีขึ้น หากผลการประชุมไม่เป็นไปตามแผนการที่ไทยเตรียมไว้ ไทยก็อาจทำการบุกโจมตีกัมพูชาโดยตรง โดยใช้ข้ออ้างที่กุขึ้นว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการวางทุ่นระเบิดใหม่
แหล่งข่าวแสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่งต่อกัมพูชาและกองทัพของกัมพูชา ที่ได้ยึดมั่นในการรักษาข้อตกลงหยุดยิงที่ริเริ่มโดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐมาโดยตลอด แม้กัมพูชาจะปฏิบัติตามสันติภาพอย่างเคร่งครัด แต่ไทยกลับบ่อนทำลายความพยายามเหล่านี้ด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงและโยนความผิดให้กัมพูชา
นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจและประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซียซึ่งมีขีดความสามารถในการติดตามตรวจสอบผ่านดาวเทียม ช่วยเฝ้ากำกับดูแลและเฝ้าระวังกิจกรรมทางทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อระบุแหล่งที่มาที่แท้จริงของการวางทุ่นระเบิด และเพื่อให้ข้อตกลงหยุดยิงมีประสิทธิผล ทั้งนี้ ทุ่นระเบิดที่พบไม่ได้มีเฉพาะในกัมพูชาเท่านั้น ทั้งยังมีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ทำให้ยากต่อการระบุแหล่งที่มาโดยพิจารณาจากประเภทของทุ่นระเบิดเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว
แหล่งข่าวเสริมด้วยว่า ทหารไทยสามารถปลอมตัวเป็นทหารกัมพูชาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่สวมเครื่องแบบที่เหมือนกัน แต่ทหารกัมพูชาก็ไม่ตอบโต้ แม้แต่ในช่วงที่ไทยรุกล้ำเข้าไปยังฐานทัพกัมพูชา โดยยังคงรักษาวินัยในการแสวงหาการแก้ไขปัญหาโดยสันติ

