เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา สายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ประกาศเพิ่มเพดานเงินชดเชยสำหรับผู้โดยสารที่สมัครใจสละที่นั่งสำหรับเที่ยวบินที่มีการขายตั๋วเกิน หรือโอเวอร์บุ๊กกิ้ง ขึ้นไปจากเดิม 1,350 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 46,400 บาท ไปเป็น 9,950 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 341,000 บาท
การเพิ่มเพดานเงินชดเชยดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบสนองของอุตสาหกรรมการบินต่อกระแสความไม่พอใจที่แพร่กระจายไปทั่วโลกหลังนายแพทย์เดวิด เส่า ผู้โดยสารสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส วัย 69 ปี ถูกลากลงจากเครื่องที่จะเดินทางไปยังนครชิคาโก เมื่อสัปดาห์ก่อน เหตุเพราะสายการบินต้องการให้มีที่ว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ของสายการบิน 4 คนในเที่ยวบินที่มีการขายตั๋วเกินไปแล้ว
รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าของสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์สสามารถเสนอเงินในกรณีเดียวกันนี้ได้สูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 68,000 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพดานอยู่ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27,400 บาท ขณะที่เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าระดับหัวหน้าสามารถเสนอเงินชดเชยกับลูกค้าได้สูงสุดที่ 9,950 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 341,000 บาท
ทั้งนี้ในวันเดียวกัน สมาชิกสภาแห่งรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เสนอร่างกฎหมายห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานปกครองท้องถิ่นใช้กำลังบังคับผู้โดยสารลงจากเครื่อง หลังเหตุการผู้โดยสารสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์สของสหรัฐถูกลากลงจากเครื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้โดยสารของสายการบิน ได้รับการสนับสนุนโดยสมาชิกสภาแห่งรัฐจากพรรครีพับลิกันอย่างปีเตอร์ บรีน มีขึ้นหลังนายแพทย์เดวิด เส่า วัย 69 ปีถูกลากลงจากเครื่องเป็นข่าวใหญ่ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ของสายการบิน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง และสร้างข้อกังขาให้เกิดขึ้นต่อนโยบายขายตั๋วเกินจำนวนหรือ “โอเวอร์บุ๊กกิ้ง” ขณะที่สายการบินเองต้องออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

