หน้าแรก ต่างประเทศ อิสราเอลไฟเขี...

อิสราเอลไฟเขียว แผนตั้งถิ่นฐานใหม่ ลบแนวคิด ‘รัฐปาเลสไตน์’ เปิดฉากถล่มกาซาซิตี้

21.08.25 | 09:38 น.
REUTERS

อิสราเอลไฟเขียว แผนตั้งถิ่นฐานใหม่ ลบแนวคิด ‘รัฐปาเลสไตน์’ เปิดฉากถล่มกาซาซิตี้


เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอิสราเอล ออกแถลงการณ์ว่า ได้มีการอนุมัติแผนการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลขั้นสุดท้ายแล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม แม้ว่าแผนการดังกล่าวจะถูกประณามอย่างกว้างขวาง เพราะมันจะตัดผ่านพื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์หวังว่าจะใช้จัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ของพวกเขา

สโมทริชกล่าวว่า การอนุมัติโครงการ E1 ซึ่งจะผ่ากลางเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองออกเป็นสองส่วน และตัดขาดการเชื่อมต่อกับเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งสโมทริซได้ประกาศโครงการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับการอนุมัติในขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการวางแผนของกระทรวงกลาโหมเมื่อวันพุธ

“ด้วยโครงการ E1 ในที่สุดเราก็สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้หลายปีได้สำเร็จ” สโมทริช ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มชาตินิยมสุดโต่งในรัฐบาลผสมฝ่ายขวา กล่าวในแถลงการณ์ พร้อมกับระบุว่า “รัฐปาเลสไตน์กำลังถูกลบออกจากโต๊ะเจรจา ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยการกระทำ”

Advertisement

การเริ่มโครงการใหม่ดังกล่าวอาจทำให้อิสราเอลโดดเดี่ยวมากขึ้น เห็นได้จากการที่ชาติพันธมิตรตะวันตกบางส่วนผิดหวังกับการที่สงครามกาซายังคงดำเนินต่อไป ซ้ำยังมีแผนที่จะยกระดับความรุนแรงขึ้น จนประกาศว่าพวกเขาอาจยอมรับรัฐปาเลสไตน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในเดือนกันยายนนี้

นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติกล่าวว่า “เราขอประณามการตัดสินใจเกี่ยวกับการขยายข้อตกลงนี้ ซึ่งจะตอกย้ำจุดยืนของแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลยุติกิจกรรมการตั้งถิ่นฐานทั้งหมด”

กระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ก็ออกมาประณามการประกาศนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่า โครงการนิคม E1 จะทำให้ชุมชนชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ถูกแยกออกจากกัน และบั่นทอนความเป็นไปได้ของแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

เดวิด แลมมี รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ โพสต์บนเอ็กซ์ว่า “หากดำเนินการจริง มันจะผ่ารัฐปาเลสไตน์ออกเป็นสองส่วน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และบั่นทอนแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐอย่างร้ายแรง”

เช่นเดียวกับโฆษกรัฐบาลเยอรมนีที่บอกกับผู้สื่อข่าวว่า การก่อสร้างนิคมดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดขวางการเจรจาหาเพื่อทางออกภายใต้แนวทางสองรัฐ และการยุติการยึดครองเวสต์แบงก์ของอิสราเอล

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ E1 แต่เขากล่าวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ขณะเยือนนิคม Ofra  ในเวสต์แบงก์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อนว่า “ผมเคยกล่าวไว้เมื่อ 25 ปีก่อนว่า เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจของเราในดินแดนอิสราเอล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ และป้องกันไม่ให้พวกเขาพยายามขับไล่เราออกไปจากที่นี่ สิ่งที่ผมได้สัญญาไว้ เราได้ทำสำเร็จตามคำสัญญา”

แนวทางสองรัฐสำหรับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ คือการมีรัฐปาเลสไตน์ในเยรูซาเล็มตะวันออก เวสต์แบงก์ และฉนวนกาซา อยู่เคียงข้างรัฐอิสราเอล

แผนการสร้างนิคม E1 ถูกระงับไปในปี 2012 และ 2020 ท่ามกลางการคัดค้านจากรัฐบาลสหรัฐและยุโรป เป็นแผนก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 3,400 ยูนิต เนื่องจากประชาคมโลกส่วนใหญ่มองว่า การตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ตามข้อมูลของกลุ่ม Peace Now ซึ่งติดตามกิจกรรมการตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล ระบุว่า งานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอาจเริ่มต้นภายในไม่กี่เดือน และการสร้างบ้านเรือนอาจเริ่มขึ้นภายในเวลาราว 1 ปี

ขณะเดียวกันกองทัพอิสราเอลประกาศเริ่มต้นปฏิบัติการขั้นแรกเพื่อการยึดครองเมืองกาซาในวันที่ 20 สิงหาคม หลังมีการระดมกำลังทหารสำรองหลายหมื่นนายเข้าประจำการใหม่

พลจัตวาเอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า เราได้เริ่มปฏิบัติการเบื้องต้นและขั้นตอนแรกของการโจมตีเมืองกาซาแล้ว และขณะนี้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กำลังยึดครองพื้นที่รอบนอกเมืองกาซาแล้ว

“ตอนนี้ฮามาสกลายเป็นเพียงกองโจรที่อ่อนแอและบอบช้ำ เราจะเพิ่มการโจมตีฮามาสในเมืองกาซา ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางการปกครองและฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มก่อการร้ายนี้” เดฟรินกล่าว

ด้านฮามาสระบุในแถลงการณ์ผ่านเทเลแกรม กล่าวหาเนทันยาฮูว่าขัดขวางข้อตกลงหยุดยิง และสนับสนุนการทำสงครามอันโหดร้ายกับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในเมืองกาซาต่อไป โดยย้ำว่า การที่เนทันยาฮูเพิกเฉยต่อข้อเสนอของผู้ไกล่เกลี่ย… พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือผู้ขัดขวางข้อตกลงใดๆ อย่างแท้จริง