หน้าแรก ต่างประเทศ ไม่หยุดแค่นี้...

ไม่หยุดแค่นี้! ‘ทรัมป์’ จ่อพุ่งเป้าปราบปรามอาชญากรรมใน ‘ชิคาโก’ อ้างมีเสียงเรียกร้อง

23.08.25 | 12:12 น.
AP

ไม่หยุดแค่นี้! ‘ทรัมป์’ จ่อพุ่งเป้าปราบปรามอาชญากรรมใน ‘ชิคาโก’ อ้างมีเสียงเรียกร้อง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้กล่าว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ว่าหลังจากที่เขาส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) และเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อปราบปรามอาชญากรรมในเมืองแล้ว เมืองต่อไปที่ทรัมป์ต้องการปราบปรามอาชญากรรมคือ นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ที่อาจเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ทรัมป์จะเข้าแทรกแซงเมืองที่มีผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครต

ทรัมป์ให้เหตุผลจากการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปควบคุมดูแลในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่าเป็นเพราอาชญากรรมร้ายแรงได้พุ่งสูงในเมืองหลวง แม้ว่าสถิติต่างๆ จะชี้ว่าอัตราการก่ออาชญากรรมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่องหลังพุ่งแตะจุดสูงสุดในปี 2023

ทรัมป์กล่าวถึงสถานการณ์ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่าเลวร้ายมาก และมูเรียล โบว์เซอร์ ผู้ว่าการกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ควรทำงานให้ดีขึ้นกว่านี้ไม่อย่างนั้นเธอจะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน เพราะรัฐบาลกลางจะเข้าควบคุมอำนาจในเมืองหลวงแทนเพื่อบริหารเมืองอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนั้น ทรัมป์ยังได้พูดถึงนครชิคาโกด้วยว่ามีแต่ความวุ่นวาย และนั่นอาจเป็นเมืองต่อไปที่รัฐบาลจะเข้ามาปราบปรามอาชญากรรม โดยทรัมป์อ้างว่าผู้สนับสนุนของเขาในชิคาโกส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ และหากการปราบปรามอาชญากรรมในชิคาโกเสร็จสิ้น เมืองต่อไปที่ทรัมป์จะเข้าแทรกแซงคือนิวยอร์ก

Advertisement

อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมต่างๆ ในนครชิคาโกลดลงในปีที่แล้ว นายแบรนดอน จอห์นสัน ผู้ว่าการนครชิคาโกกล่าวว่าเขาพิจารณาความเห็นของทรัมป์อย่างจริงจัง แต่ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางหรือการส่งทหารเข้าไป

จอห์นสันกล่าวว่าแนวทางของทรัมป์นั้นไม่มีความพร้อมเพรียง และไม่มีเสียงเรียกร้องมาก่อน “มีอีกหลายอย่างที่รัฐบาลกลางจะสามารถช่วยเหลือเราในเรื่องลดอาชญากรรมและความรุนแรงในชิคาโก แต่การส่งทหารเข้าไปในเมืองไม่ได้ช่วยอะไร” จอห์นสันกล่าว

ด้านนครนิวยอร์กที่ทรัมป์วิจารณ์ยังมีอัตราการก่ออาชญากรรมลดลงเช่นกันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และถือว่ามีอัตราการก่อคดีฆาตกรรมอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ของสหรัฐ ซึ่งนอกจากนั้นแล้ว ทรัมป์ยังขู่ว่าจะนำรัฐบาลกลางแทรกแซงนครซานฟรานซิสโก ที่มีผู้ว่าการมาจากพรรคเดโมแครตเช่นกัน