ขวากหนามบนเส้นทางปกป้องมนุษยธรรม
ท่ามกลางสมรภูมิสงครามร่วมสมัย
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของโลกในหลายมิติตั้งแต่เศรษฐกิจไปจนถึงการเมือง อีกทั้ง การที่โชเซียลมีเดียกลายเป็นช่องทางหลักในการรับส่งข้อมูลส่งผลให้เกิดภาวะข้อมูลท่วมท้น การเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วกลายเป็นดาบสองคม เพราะประชาชนสามารถตกเป็นเหยื่อของข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนได้โดยง่าย ปรากฎการณ์เช่นนี้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะข้อมูลได้ถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม เรียกได้ว่าโลกปัจจุบันเผชิญกับความเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสภากาชาดไทยจัดปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” เกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงฟังปาฐกถาฯ ดั่งเช่นที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนิน ในทุกครั้งตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2546
สำหรับงานในปีนี้ นางมีรยานา สปอลยาริช เอ็กเกอร์ ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การธำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ในสงครามร่วมสมัย” (Upholding Humanity in Contemporary Warfare) สอดคล้องกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยกล่าวว่า จากสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธที่เกิดขึ้น ICRC สามารถจำแนกเหตุการณ์ดังกล่าวได้ 130 กรณี ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาและสูงกว่ายอดที่บันทึกไว่ในช่วงหลายทศวรรษก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก
ในทศวรรษนี้ การทำสงครามระหว่างรัฐนั้นเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธมิตรเผชิญกับความคลุมเครือ ตลอดจนเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดขึ้นของความขัดแย้งที่รุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบด้านมนุษยธรรมที่ร้ายแรงตามมา โดยสงครามที่ร้อนระอุเพิ่มขึ้นผนวกกับความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัวแสดงให้เห็นว่า การเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) และมนุษยชาติกำลังเผชิญกับวิกฤต ทำให้การขับเคลื่อนเรื่องมนุษยธรรมมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากกฎเกณฑ์ของการทำสงครามถูกปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ความทุกข์ทรมานที่มนุษยชาติในหลายพื้นที่กำลังเผชิญก็จะสามารถหลีกเลี่ยงได้
การสู้รบและความรุนแรงที่ไร้การควบคุมได้นำไปสู่หายนะ การเสียชีวิตของประชาชนและการทำลายล้างกลายเป็นเรื่องปกติและไม่มีข้อยกเว้นอีกต่อไป และในโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างเหนี่ยวแน่น ความรุนแรงไม่สามารถจำกัดอยู่ในพื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่งแต่ส่งผลกระทบไปทั่ว หากยอมให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ก็เป็นสัญญาณให้กลุ่มติดอาวุธและพันธมิตรของพวกเขาเห็นว่าความรุนแรงดังกล่าวสามารถกระทำได้

ในขณะที่ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น การใช้ข้อมูลข่าวสารเป็นอาวุธก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย สงครามในยุคปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นในสนามรบเท่านั้น แต่รวมถึงในโลกดิจิทัลโดยข้อมูลบิดเบือนและวาทกรรมถูกนำมาใช้เพื่อปลุกปั่นและสร้างความชอบธรรมให้กับความรุนแรง เนื่องจากอัลกอริทึมเป็นผู้กำหนดทิศทางของโลกปัจจุบัน การแพร่กระจายของวาทกรรมที่อันตรายนั้นรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความเป็นจริง เห็นได้จากการที่คำพูดปลุกปั่นให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ท้ายที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นความโหดร้ายที่จับต้องได้บนพื้นดิน
ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่ได้อยู่ในโลกที่กำลังทำสงครามอยู่ ทว่ามีการเตรียมความพร้อมในการทำสงครามครั้งใหญ่ งบประมาณทางทหารทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั่วทุกมุมโลก ประเทศต่างๆ กำลังเร่งลงทุนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ เสริมสร้างความทันสมัยของกองทัพ รวมถึงเพิ่มคลังแสงอาวุธอย่างเร่งด่วน นอกจากนั้น แนวทางการทำสงครามเกิดการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่หลายรัฐเข้าร่วมการแข่งขันการกักตุนอาวุธในศตวรรษที่ 21 คำถามสำคัญคือ IHL สามารถนำมาใช้กับเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้อย่างไร และจะต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้างในการลงทุนกับระบบอาวุธประเภทใหม่
โดรนได้กลายเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญที่ใช้ในการทำสงครามในยุคปัจจุบัน เพราะมีราคาถูกและสามารถผลิตได้จำนวนมาก โดยการใช้โดรนที่มากขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงแนวรบและปฏิวัติสมรภูมิรบอย่างสิ้นเชิง แม้โดรนไม่ได้เป็นอาวุธที่ถูกห้ามใช้ภายใต้ IHL แต่เหมือนกับอาวุธทุกชนิด คือการใช้โดรนต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของการทำสงครามอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ดี ระบบที่มีความละเอียดต่ำ ใช้เทคโนโลยีอะนาล็อก และการที่ผู้ใช้โดรนขาดการฝึกอบรมทำให้เกิดความกังวล เพราะเป็นอุปสรรคในการแยกเยะเป้าหมายทางทหารและพลเรือน ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของการทำสงคราม หากไม่มีการควบคุมที่เข้มงวดและปราศจากความรับผิดชอบ การแข่งขันด้านโดรนจะทวีความรุนแรงขึ้น การใช้โดรนจะเพิ่มมากขึ้นแต่กลับมีมาตรการป้องกันน้อยลง ผลกระทบด้านมนุษยธรรมก็ย่อมจะเพิ่มขึ้นตามมา การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย ไม่ควรมอบหมายให้กับเซ็นเซอร์หรืออัลกอริทึม และควรห้ามไม่ให้มีการใช้ระบบอาวุธอัตโนมัติที่เลือกเป้าหมายโจมตีได้เอง
ขณะเดียวกัน สมรภูมิรบไม่ได้จำกัดอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแต่อยู่ในโลกดิจิทัล การปฏิบัติการทางไซเบอร์ถูกนำมาใช้เพื่อก่อกวนระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ โรงพยาบาลและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลจากแนวรบ ไม่ต่างจากการทำสงครามแบบดั้งเดิมในสนามรบจริง IHL มีผลบังคับใช้ต่อปฏิบัติการนี้ด้วย โดยมีหลักการได้แก่การแบ่งแยกระหว่างเป้าหมายทางทหารกับพลเรือน สัดส่วนและความระมัดระวัง
IHL ยังมีผลบังคับกับการดำเนินการทางทหารในอวกาศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางอาวุธ การทำลายหรือทำให้ดาวเทียมเสียหายทำให้เกิดผลกระทบด้านมนุษยธรรมที่รุนแรง ด้วยเหตุว่าดาวเทียมช่วยนำทาง สื่อสารและสำรวจระยะไกล ซึ่งล้วนแต่เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิตของพลเรือน อีกทั้ง องค์กรด้านมนุษยธรรมต้องพึ่งพาดาวเทียมเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ หากปราศจากระบบเหล่านี้ การให้ความช่วยเหลือก็จะเป็นเรื่องยาก และเหมือนกับการรัฐต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าอาวุธประเภทใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีสอดคล้องกับ IHL หรือไม่ ต้องไม่ละเลยพันธกรณีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธดั้งเดิมด้วย

ทุกวันนี้ ความมุ่งมั่นของประชาคมโลกในการห้ามใช้ระบิดสังหารบุคคลเกิดการสั่นคลอน หลายประเทศที่เคยเป็นผู้นำในการลดอาวุธเริ่มถอนตัวจากสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ไม่เพียงเป็นความถดถอยทางกฎหมายบนกระดาษ แต่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการสูญเสียชีวิตและทำลายความก้าวหน้าที่ถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ
ที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งคืออาวุธนิวเคลียร์ปัจจุบันมีอานุภาพรุนแรงกว่าในอดีตมาก ในอดีตระเบิดที่ใช้ในสมัยนั้นเป็นเพียงอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กท่านั้น อย่างไรก็ดี ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ใดที่สามารถจัดว่าเป็นอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กได้ เพราะการใช้นิวเคลียร์ประเภทใดก็ตามย่อมก่อให้เกิดหายนะที่จะนำไปสู่ความทุกข์ทรมานและการทำลายล้างที่ไม่อาจจะรับมือได้ สะท้อนให้เห็นว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นการขัดต่อ IHL อย่างร้ายแรง แต่เรากลับเห็นคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ขยายตัวเพิ่มขึ้นและมีการขู่ใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อโจมตีอยู่บ่อยครั้ง
จะเกิดอะไรขึ้นกับสังคม กับโลกใบนี้ หากเราอยู่ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “ผู้มีกำลังเท่านั้นคือผู้ถูกต้อง” หากเราละทิ้งหลักนิติธรรม และแสวงหาชัยชนะไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม IHL ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันสงคราม แต่เพื่อป้องกันไม่ให้สงครามกลายเป็นความป่าเถื่อน
มันต้องใช้พลังอย่างแท้จริงในการควบคุมตนเองท่ามกลางความโกลาหลของสงคราม ต้องใช้พลังอันแท้จริงในการต่อต้านแรงดึงดูดของการแก้แค้น ก้าวข้ามความอาฆาต เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ร่วมกันของเรา การเคารพ IHL คือ ซอฟต์พาวเวอร์ ที่ถูกนำมาใช้จริง และอิทธิพลของมันไม่ควรถูกประเมินต่ำเกินไป IHL จะมีความเข้มแข็งเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของผู้นำที่จะปกป้องและยึดถือมัน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา 6 ประเทศร่วมกับ ICRC ได้เปิดตัวโครงการเพื่อผลักดันให้ยึดถือ IHL ซึ่งไทยก็ได้เข้าร่วมด้วย บทบาทของไทยสำคัญต่อการดึงอาเซียนเข้ามามีส่วนร่วม IHL ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย แต่เป็นกฎหมายที่ปกป้องศักดิศรีความเป็นมนุษย์ในห้วงเวลาที่มืดมนที่สุด เพราะทุกชีวิตมีคุณค่าและควรได้รับการปกป้องอย่างเท่าเทียม
ปาฐกถาของประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ในปีนี้ชี้ให้ว่า ความมั่นคงและเสถียรภาพของโลกกำลังสั่นคลอนอย่างหนักจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การยึดมั่นใน IHL เป็นกลไกสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและมนุษยธรรม การร่วมจัดปาฐกถาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยที่ประกาศไว้ในการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศครั้งที่ 34 ที่นครเจนีวา เมื่อเดือนตุลาคม 2567 โดยเฉพาะในส่วนของการส่งเสริมและเผยแพร่การยกย่องและการเคารพ IHL อย่างกว้างขวางด้วย


