หน้าแรก ต่างประเทศ อินโดฯ ตั้งหน...

อินโดฯ ตั้งหน่วยงานใหม่ หนุนพัฒนา-วิจัยแร่หายาก ชี้เป็นที่ต้องการของมหาอำนาจ

26.08.25 | 08:29 น.

อินโดฯ ตั้งหน่วยงานใหม่ หนุนพัฒนา-วิจัยแร่หายาก ชี้เป็นที่ต้องการของมหาอำนาจ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ไบรอัน ยูเลอร์โต (Brain Yuliarto) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาและเทคโนโลยีของอินโดนีเซียกล่าวว่า นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จัดตั้งหน่วยงานอุตสาหกรรมแร่แห่งใหม่ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการพัฒนาแร่หายากและวัสดุกัมมันตรังสี โดยยูเลอร์โตจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวด้วย

พร้อมกล่าวว่า หน่วยงานนี้จะบริหารจัดการอุตสาหกรรมวัสดุเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการป้องกันประเทศ เพราะมีความสำคัญต่ออธิปไตยของชาติ รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย และเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า มักพบแร่หายากในกระบวนการการแปรรูปแร่นิกเกิลและแร่ดีบุ โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีทรัพยากรแร่สำคัญจำนวนมาก ทั้งยังเป็นผู้ผลิตดีบุกและนิกเกิลรายใหญ่ของโลก ซึ่งทางรัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนการแปรรูปแร่หายากที่พบในดีบุก เช่น โมนาไซต์ ด้วย

สำนักข่าวอันทาราของอินโดนีเซียรายงานว่า เฮนดรา ซินาเดีย ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเหมืองแร่แห่งอินโดนีเซีย (Indonesia Mining Association: IMA) กล่าวในเรื่องนี้ว่า การจัดตั้งหน่วยงานนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยเรื่องแร่ของอินโดนิเซีย การแต่งตั้งอดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาและเทคโนโลยีเป็นหัวหน้าหน่วยงานนั้นแสดงให้เห็นว่าการวิจัยจะเป็นผลผลิตสำคัญ พร้อมชี้ว่า แร่หายากเป็นที่ต้องการของประเทศมหาอำนาจ เช่น จีน สหรัฐและสหภาพยุโรป และเป็นส่วนประกอบสำคัญของหลายอุตสาหกรรมรวมถึงความมั่นคง ซึ่งด้วยประสบการณ์ทางทหาร ประธานาธิบดีปราโบฌโวเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ซินาเดียกล่าวอีกว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพเป็นอย่างมากในเรื่องทรัพยากรแร่หายากแต่มีอุปสรรคในด้านการพัฒนาเนื่องจากยังขาดข้อบังคับในการควบคุมการใช้ประโยชน์ของแร่

Advertisement

ด้านแอร์ลังกา ฮาร์ตาโต้ (Airlangga Hartarto) รัฐมนตรีประสานงานกระทรวงกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย (Coordinating Minister for Economic Affairs) ระบุว่า แร่หายากมีความจำเป็นในหลายอุตสาหกรรมและกำลังเป็นที่ต้องการจากทั่วโลก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการเป็นพิเศษ พร้อมกล่าวว่า หน่วยงานใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการสกัดและปกป้องแร่อย่างมียุทธศาสตร์ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำด้วย