หน้าแรก ต่างประเทศ มาริษ ลุยเจนี...

มาริษ ลุยเจนีวา คุยรัฐภาคีออตตาวา เผยชื่นชมไทย ตอบโต้กัมพูชาตามความเหมาะสม

28.08.25 | 09:40 น.

มาริษ ลุยเจนีวา คุยรัฐภาคีออตตาวา มอบหลักฐาน ปม กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาทุ่นระเบิด เผยทุกประเทศเสียใจเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดล่าสุด พร้อมชื่นชมไทย ตอบโต้กัมพูชาตามความเหมาะสมเพื่อจำกัดการสูญเสีย ลุยแจงกาชาดระหว่างประเทศต่อพรุ่งนี้

ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  27 ส.ค. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนางสาวอิชิกาวะ โทมิโกะ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ ประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 (อนุสัญญาออตตาวา)

และนางสาวแคโรลีน-เมลานี เรกิมบัล หัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ (UNODA) ณ นครเจนีวา ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายใต้อนุสัญญาออตตาวาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อหารือถึงสถานการณ์ระหว่างไทย- กัมพูชา และรายงานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิด ของฝ่ายกัมพูชาที่เป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ทั้งสามฝ่ายได้ใช้เวลาในการหารือร่วมกันประมาณ 40 นาที

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมหารือกับสมาชิกรัฐภาคีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 14 คน  อาทิ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส,นอร์เวย์, เยอรมนี, เบลเยี่ยม และผู้แทนของสหภาพยุโรปเป็นต้น  โดยในกลุ่มนี้ มีประเทศผู้บริจาคแก่กัมพูชา ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้วย

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  เปิดเผยภายหลัง การหารือกับสมาชิกรัฐภาคีออต ตาวา  ว่าประเทศเหล่านี้สนใจมาร่วมรับฟัง ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนได้แสดงหลักฐานต่างๆ ที่ไทยประสบปัญหาของการละเมิดข้อตกลงของกัมพูชา การละเมิดอำนาจอธิปไตย ที่กัมพูชาเข้ามา วางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในช่วงที่ผ่านมา

Advertisement

โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุด มีการที่ทหารเหยียบกับระเบิด สังหารบุคคลทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1ราย ซึ่งตนได้ใช้โอกาสนี้ยื่นประท้วงและเรียกร้องให้รัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ร่วมกันเรียกร้องให้กัมพูชามาชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้นตามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นโอกาสดีที่ตนได้ยื่นหลักฐาน และข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการตามกลไกอนุสัญญาออตตาวา

นายมาริษ กล่าวว่า ในการพบปะครั้งนี้ ทุกส่วนให้ความชื่นชมบทบาทประเทศไทยเป็นอย่างมาก แม้ไทยเป็นผู้ถูกกระทำแต่เราใช้มาตรการตอบโต้ที่เป็นมืออาชีพอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และได้สัดส่วนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มุ่งเป้าหมายไปที่ทหารเพื่อยุติการรุกรานของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกของรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา เช่น ทูตของนอร์เวย์ เยอรมัน เบลเยียม และเปรู ได้ผู้ชัดเจนและขอบคุณประเทศไทย ที่ใช้ความยับยั้งชั่งใจและชื่นชมว่าเราตอบโต้โดยใช้มาตรการที่เหมาะสมทุกอย่าง เพื่อที่จำกัดการสูญเสียหรือจำกัดปฏิบัติการให้อยู่ในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งในนามของรัฐบาลก็ต้องชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกองทัพที่ทำงานร่วมกัน

นายมาริษ กล่าวว่า ทุกประเทศที่เข้าร่วมต่างรับฟังในสิ่งที่ตนได้อธิบาย และได้ชื่นชมว่าเราดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย ระหว่างประเทศ และใช้กลไกของตัวเองในการแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพมาก  นอกจากนี้ทุกประเทศยังชื่นชมและสนับสนุน

ในสิ่งที่ตนได้กล่าวหลายครั้งว่า เราใช้กรอบของการเจรจาทวิภาคีในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด  ซึ่งสิ่งนี้ตนพยายามยืนยันให้ฝ่ายกัมพูชาได้ตระหนัก และให้มิตรประเทศทั้งหลายได้เข้าใจว่า นอกจากเราได้ปฏิบัติตามกฎและใช้กลไกต่างๆ ตามกฎบัตรสหประชาชาติแล้ว เรายังพร้อมที่จะเจรจาแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศทั้งสองโดยใช้กลไกการเจรจาสองฝ่าย ที่มุ่งเน้นในเรื่องของสันติภาพสันติวิธีอย่างจริงใจ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้รับการที่ชมเป็นอย่างมากและทุกประเทศได้ด้วยการสนับสนุนในเรื่องนี้ และบอกว่า การมาในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ในฐานะรัฐมนตรีมา ก็แสดงให้เห็นของความจริงใจและความตั้งใจ

เราได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมาก ประกอบเหตุการณ์ ทุ่นระเบิดล่าสุดวันนี้ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งที่หก ทุกประเทศก็แสดงความเสียใจ ที่เหตุการณ์เหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสนับสนุน ให้ประเทศไทยใช้กลไกของสหประชาชาติต่อไปโดยแต่ละประเทศพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการผลักดัน ให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกัมพูชาให้มาร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

“ผมขอเรียนว่า การที่เดินทางมาครั้งนี้ เราได้ยื่นเอกสารคำชี้แจง หลักฐานทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักในการพิจารณา ในกรอบขององค์การสหประชาชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรอบของอนุสัญญาออตตาวาต่อไป ซึ่งทุกประเทศภาคีสมาชิกก็ได้ ยืนยันกับผมว่าจะช่วยเหลือและผลักดันให้

กระบวนการพิจารณาภายใต้กรอบอนุสัญญาออตตาวา เป็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ก็คือ ณ ขณะนี้ต้องการคำชี้แจงจากกัมพูชา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาละเมิด บูรณภาพแห่งดินแดน เขาละเมิดข้อตกลง อนุสัญญาออตตาวา” นายมาริษ กล่าว

นายมาริษ ยังย้ำด้วยว่าหลักฐานที่ตนได้ยื่นไปนั้น มีน้ำหนักอย่างแน่นอน เมื่อทางประเทศภาคีอนุสัญญาออตตาวาได้รับไปและจะต้องให้ความเป็นธรรม โดยพิจารณาและนำเอาหลักฐานทั้งหลายมา วิเคราะห์และประเมิน ถึงสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยหลักฐานทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่เราได้ชี้แจงมาโดยตลอดและเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถพิสูจน์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค. ) นายมาริษ มีกำหนดการเข้าพบ นางมีรยานา สปอลยาริส เอ็กเกอร์ (Mirjana Spoljaric Egger) ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อหารือ ถึงสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ต่อไปด้วย ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย